พริตตี้ Motor Expo 2011 พริตตี้ Motor Expo 2011
พริตตี้ Motor Expo 2011 รูปรถในงาน Motor Expo 2011

Ad VIP



รอบรู้เรื่องรถ

Bookmark and Share


ขั้นตอนการทำความสะอาดภายในห้องโดยสารด้วยตัวเอง

 

 

     เรื่องความสกปรกภายในห้องโดยสารนั้น เป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงได้ยากยิ่ง แม้ว่าจะพยายามรักษาความสะอาดอย่างดีที่สุดแล้วก็ตามแต่ทว่าก็ยังมิอาจ0tขวางกั้นการเล็ดรอดของฝุ่นละอองที่มีอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง และพร้อมจะเข้าประจำการในห้องโดยสารได้ทันทีที่มีโอกาส ไม่นับรวมบรรดาคราบสกปรกต่างๆ  ที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ (บ่อยซะด้วยซิครับ) ทางแก้จึงอยู่ที่การขจัดสิ่งสกปรกนั้นออกซะ ส่วนจะจัดส่งเข้าคาร์แคร์หรือบรรเลงเองก็ตามแต่โอกาสและงบประมาณนั่นแหละครับ  

  
 
  
 
 
  ไม่เถียงครับว่าบรรดาวัตถุดิบ, เครื่องไม้เครื่องมือ ตลอดจนความชำนาญของช่าง
ที่คาร์แคร์นั้นพร้อมกว่าด้วยประการทั้งปวง แต่นั่นก็หมายถึงค่าใช้จ่ายที่สูงไม่น้อย
เลยทีเดียวถ้าเล่นกันเต็มระบบ ซึ่งก็อาจจะเกินความจำเป็นไปนิด ในกรณีที่ไม่ได้
เปรอะเปื้อนซึมลึกถึงขนาดต้องรื้อภายในกันแทบทุกชิ้น แต่กับบางคนก็อาจจะยัง
ไม่ได้ดั่งใจซักเท่าไหร่ กับการ “ล้างสี-ดูดฝุ่น” ก็เท่ากับว่าคุณต้องลงมือเองแล้ว
ล่ะครับ และถ้าตกลงปลงใจได้ดังนั้นแล้วล่ะก็  ไปเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือได้เลย
ครับ ซึ่งที่ต้องใช้ก็จะมีเครื่องดูดฝุ่น ที่แนะนำว่าใช้เครื่องดูดฝุ่นบ้าน เพราะแรงลม
ในการดูดนั้นจะสูงกว่า แต่ก็ออกจะค่อนข้างเกะกะพอสมควร, แปรงขนนิ่มๆ หน่อย
(แปรงสีฟันกับแปรงทาสีก็ได้นะ) น้ำยาทำความสะอาดต่างๆ และผ้า-ฟองน้ำไว้ใช้
สำหรับเช็ดคราบสกปรกครับ ว่าแล้วก็ไปดูขั้นตอนการทำความสะอาดกันเลยครับ  

 


 
  
    พรมรองเท้ามีกี่ชิ้น เอาออกมาให้หมด จากนั้นนำไปสลัดฝุ่นออก แล้วค่อยตาม   
ด้วยการดูดฝุ่นอีกระลอก หรือถ้ายังไม่สาแก่ใจล่ะก็ แนะนำให้ซักไปเลยครับ ใน
กรณีที่ซักพรม หลังจากที่ชำระล้างพรมจนสะอาดเรียบร้อยดีแล้ว ก่อนที่จะนำพรม
ไปผึ่งแดด แนะนำให้ใช้โบลว์เออร์เป่าเพื่อไล่ลมก่อน เพราะจะช่วยให้พรมแห้งเร็ว
ขึ้นครับ  

 
 
  
 
   ถึงคิวของเครื่องดูดฝุ่น กับภารกิจตักตวงเอาเศษฝุ่นละอองต่างๆ ออกจากตัว   
เบาะให้ทั่วทั้งตัวและทุกตัว  รวมไปถึงที่บริเวณพรมชิ้นใหญ่ (อย่าลืมบริเวณที่วาง
เท้าของคนขับ) และห้องสัมภาระที่ด้านหลังด้วยนะครับ จากนั้นค่อยมาขจัดคราบ
สกปรกที่ติดอยู่ตามเบาะ (ถ้ามี)  ด้วยน้ำยาทำความสะอาดกันต่อ ซึ่งขั้นตอนส่วน
ใหญ่ก็จะให้ฉีดน้ำยาไปยังบริเวณที่สกปรกก่อน จากนั้นรอเวลาให้ตัวน้ำยาทำการ
สลายคราบที่ฝังอยู่ (ประมาณ 10-15 นาที) แล้วค่อยเช็ดด้วยฟองน้ำหรือผ้าชุบ
น้ำพอหมาดๆ จนสะอาด แต่ถ้าหากยังเอาคราบสกปรกออกไม่หมด ก็ต้องลงน้ำยา
อีกรอบ แล้วรอเวลาเล็กน้อย จากนั้นค่อยลงแปรงเพื่อช่วยสลายคราบอีกทีครับ

   
 
  
 
   ปัดฝุ่นที่บริเวณซอกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกรอบสวิทช์ต่างๆ, วิทยุ, กรอบช่องแอร์    
ฯลฯ ด้วยแปรงทาสีอย่างเบามือ หรือถ้าที่วิทยุมีช่องเสียบ USB ล่ะก็ เอาเครื่องดูด
ฝุ่นแบบที่ใช้กับตัวคอมพิวเตอร์ (ซึ่งจะมีหัวแปรงนิ่มๆ ติดมาด้วย) มาใช้ได้เช่นกัน
ครับ

 

   
 
  
 
   เช็ดบริเวณคอนโซล และชิ้นส่วนต่างๆ ที่เป็นพลาสติคด้วยผ้าชุบน้ำบิดหมาด   
แต่หากมีคราบสกปรกก็ต้องพึ่งน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ร่วมกันด้วยครับ
แล้วเช็ดจนสะอาด จากนั้นก็ตามด้วยน้ำยาเคลือบเพื่อป้องกันการทำร้ายจากแสง
แดดอีกทีก็ได้ครับ เพราะจะช่วยป้องกันการแตก-กรอบของชิ้นส่วนได้เป็นอย่างดี
โดยเฉพาะใครที่จะต้องจอดตากแดดบ่อยๆ ล่ะก็ เหมาะอย่างยิ่งเลยล่ะครับ แต่ถ้า
เป็นหนังแท้ก็ควรจะต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดและเคลือบเฉพาะหนังแท้ด้วยนะ
ครับ  

 


 
  
 
  จริงๆ แล้วการทำความสะอาดด้วยตัวเองนั้น ก็ไม่ได้จะยุ่งยากแต่อย่างใดเลยครับ
หากว่าไม่ได้เลอะมากมายอย่างน้ำมันเครื่อง-จาระบี, อาเจียน ฯลฯ หรือน้ำเข้าจน
พรมเปียก+มีกลิ่นอับ ซึ่งถ้าหนักขนาดนั้นก็คงต้องพึ่งคาร์แคร์ที่อุดมไปด้วยเครื่อง
ไม้เครื่องมือและน้ำยาทำความสะอาดเฉพาะทางมากกว่าครับ ความสะอาดภายใน
รถนั้น นอกจากความรู้สึกทางสายตาแล้ว ยังจะมีผลข้างเคียงต่อสุขภาพของเราๆ
ท่านๆ ด้วยนะครับ เพราะตลอดเวลาที่เรา (และคนอื่นๆ) อยู่บนรถนั้น อากาศที่เรา
ใช้หายใจ มันก็หมุนเวียนอยู่ในห้องโดยสารนั่นแหละครับ ยิ่งคนที่เอาน้องหมาไป
ไหนมาไหนด้วย ยิ่งต้องดูแลเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษเลยล่ะครับ
 


ที่มา : Etoyotaclub
อ่าน : 1080 ครั้ง | อัพเดท : 22-03-2553 เวลา 10:46 น.


ยังไม่มีความคิดเห็นของข่าวนี้
โพสความคิดเห็น

ชื่อ * อย่างน้อย 3 ตัวอักษร
รายละเอียด * พิมพ์ข้อความได้ทั้งหมด 400 ตัวอักษร
* คลิ๊กที่รูปภาพถ้าต้องการรับรหัสใหม่