พริตตี้ Motor Expo 2011 พริตตี้ Motor Expo 2011
พริตตี้ Motor Expo 2011 รูปรถในงาน Motor Expo 2011

Ad VIP



รอบรู้เรื่องรถ

Bookmark and Share


แลนด์โรเวอร์ ฟรีแลนเดอร์ ค่าตัวสูง...แต่...ขับสนุก!!!

 

 

     โดย...พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล

     ในบรรดา เบบี้ เอสยูวี หรูหราที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย แลนด์โรเวอร์ ฟรีแลนเดอร์ น่าจะเป็นคู่แข่งที่เหมาะสมกับรถรุ่นอื่นๆ ทุกคัน แม้ว่าจะมีราคาค่าตัวที่สูงกว่าคนอื่นก็ตาม แต่ถ้าราคาไม่ใช่ปัญหาในการเลือกซื้อรถ ก็ต้องถือว่าฟรีแลนเดอร์มีข้อดีหลายข้อที่น่าสนใจ และโดดเด่นจนทำให้สามารถมองข้ามเรื่องราคาค่าตัวไปได้

     ผมเดินทางไปรับรถคันนี้ที่โชว์รูมถนนวิทยุเหมือนเดิม ก่อนที่จะได้รับแจ้งว่าเตรียมจะเก็บข้าวของย้ายไปที่ตึกโป๊ยกี่กันในช่วงกลางเดือนนี้แล้ว พร้อมรับมอบกุญแจฟรีแลนเดอร์สีแดงสดมาเป็นพาหนะส่วนตัวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

     รูปร่างหน้าตาสไตล์แลนด์โรเวอร์แท้ๆ ดูเหลี่ยมๆ บึกบึน สมบุกสมบันใช้ได้เลยครับ ตัวรถภายนอกออกแบบมาลงตัวกว่ารุ่นพี่อย่างดิสคัฟเวอรีที่ดูใหญ่จนเทอะทะ ตัวรถมาพร้อมมิติ ยาว 4,500 มม. กว้าง 2,180 มม. และสูง 1,740 มม. ดูขนาดแบบนี้อาจจะไม่แตกต่างกันมาก แต่หากไปนั่งจริงๆ จะรู้สึกว่าตัวรถกว้างและสูงกว่าคู่แข่งจากเยอรมนีสักเล็กน้อย

     กระจังหน้าทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่ โคมไฟหน้าเปลี่ยนมาใช้แบบโปรเจกเตอร์ที่ใช้หลอดไฟไบ-ซีนอน ปรับระดับอัตโนมัติ ออกแบบให้ดูเก๋ไก๋ด้วยหลังคาหลังแบบเล่นระดับ เพิ่มช่องรับลมด้านข้างของตัวรถ ด้านท้ายปรับขนาดไฟท้ายให้ใหญ่ขึ้น ย้ายล้ออะไหล่ไปเก็บไว้ด้านในตัวรถ มองเผินๆ ดูเรียบหรูไม่เบา บนรองเท้าขนาด 18 นิ้ว

     ห้องโดยสารออกแบบมาในสไตล์ของแลนด์โรเวอร์ยุคหลังๆ ที่อัดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเข้าไปเพียบ แต่ยังคงใช้วัสดุที่ดูไม่หรูหราเกินไป ช่องว่างตอนกลางคอนโซลปกติน่าจะเอาไว้ติดจอภาพ ติดแผงควบคุมด้านหน้าแบบลาดเอียงเข้าหาคนขับ เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งาน

     พวงมาลัย 4 ก้านพร้อมมัลติฟังก์ชันที่ควบคุมระบบต่างๆ ภายในตัวรถ แตรแบบยาววางแนวตั้งที่ดูไม่คุ้นเคย มาพร้อมระบบสตาร์ตแบบกดปุ่มที่ยังไม่พัฒนาเหมือนรุ่นพี่ กล่าวคือยังต้องเสียบกุญแจเข้าไปในช่องก่อนที่จะสตาร์ต ไม่สามารถพกเก็บไว้ในกระเป๋าเหมือนที่ดิสคัฟเวอรีใช้ ขณะที่ห้องโดยสารสว่างไสวด้วยหลังคาแก้วตลอดทั้งคัน

 

 

 

 


     กระจกบานใหญ่รอบคันและเก้าอี้ด้านหลังที่จัดวางไว้สูงกว่าด้านหน้าเล็กน้อย เพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่อย่างมาก เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังขึ้นจากรุ่นเดิมอีก 38% แถมเพิ่มได้อีกด้วยเบาะที่นั่งด้านหลังพับเก็บแบบ 60 : 40 เพิ่มความสบายด้วยเบาะปรับไฟฟ้าตอนหน้า

     แม้จะเป็นรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล แต่การเก็บเสียงในห้องโดยสารของฟรีแลนเดอร์แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีที่ติ ในช่วงความเร็วต่ำกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่มีทั้งเสียงเครื่องยนต์และเสียงลมปะทะมาให้ได้ยิน ขณะที่ความเร็วสูงกว่านั้นจะเริ่มมีเสียงลมปะทะเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์แทรกเข้ามาแต่อย่างใด

     เครื่องยนต์ทีดี 4 แบบเทอร์โบ ดีเซล 2.2 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที และให้แรงบิดสูงสุด 40.7 กก.-ม. ที่ 2,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะคอมมานด์ชิฟต์ ที่แลนด์โรเวอร์คุยว่าให้อัตราความประหยัดน้ำมันที่มากขึ้น ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา พร้อมระบบเทอร์เรนเรสพอนส์ ที่ช่วยปรับกำลังและการตอบสนองของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับสภาพถนน

 

 

 

 

     แม้แรงม้าจะไม่ได้มากเหนือคู่แข่ง แต่ฟรีแลนเดอร์ให้แรงบิดมาอย่างเหลือเฟือ การออกตัวไม่กระโชกโฮกฮาก แต่เป็นไปอย่างลื่นไหล การเร่งแซงที่ความเร็วปานกลางอยู่ในเกณฑ์ที่จัดว่าดีไม่แพ้คู่แข่งจากทางยุโรปในช่วงออกตัวถึงความเร็วกลางมีจะเห็นชัดๆ ก็คือความเร็วปลายที่ไหลไปแบบอืดอาดกว่าสักเล็กน้อย

     ตัวรถใช้โครงสร้างแบบโมโนคลอด เสริมโครงสร้างรับแรงบิดของตัวถังเพื่อให้สามารถใช้งานได้จริงทั้งบนท้องถนน หรือจะไปลุยป่าเขาลำเนาไพรก็ทำได้ ช่วงล่างแบบอิสระ 4 ล้อ อาจจะดูนุ่มนวลไปบ้างในโหมดการขับขี่ปกติบนถนนหลวง แต่เมื่อเปลี่ยนความเร็วและวิธีการขับขี่ไป ตัวรถเองก็พร้อมปรับให้เข้ากับการขับขี่ในทุกรูปแบบ

 


ที่มา : www.Posttoday.com
อ่าน : 3868 ครั้ง | อัพเดท : 08-11-2553 เวลา 17:18 น.
Tags : เบบี้ เอสยูวี แลนด์โรเวอร์ ฟรีแลนเดอร์ Nissan

ยังไม่มีความคิดเห็นของข่าวนี้
โพสความคิดเห็น

ชื่อ * อย่างน้อย 3 ตัวอักษร
รายละเอียด * พิมพ์ข้อความได้ทั้งหมด 400 ตัวอักษร
* คลิ๊กที่รูปภาพถ้าต้องการรับรหัสใหม่