พริตตี้ Motor Expo 2011 พริตตี้ Motor Expo 2011
พริตตี้ Motor Expo 2011 รูปรถในงาน Motor Expo 2011

Ad VIP



รอบรู้เรื่องรถ

Bookmark and Share


NISSAN SKYLINE C10 HAKOHSUKA ตำนานที่ไม่เคยดับแสง

        HAKOHSUKA ภาษาญี่ปุ่นแบบเฉพาะทาง ที่คนเล่นรถเก่าเท่านั้น จึงจะรู้ว่ามันหมายถึง SKYLINE ในรุ่น C10 จากคำว่า HAKOH แปลว่า กล่อง ส่วน SUKA เป็นคำออกเสียงสำเนียงญี่ปุ่น ย่อมาจากคำว่า SKYLINE ถ้ามารวมกัน จะแปลว่า สกายไลน์ทรงกล่อง  เพราะ C10 มันเป็นรถที่ทรงเหลี่ยม มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และเป็นรถที่สร้างชื่อในมอเตอร์สปอร์ตอย่างมาก ในรุ่น 2000 GT-R ที่มีความแรงถึง 160 แรงม้า เครื่องยนต์ 6 สูบ DOHC 24 วาล์ว ทันสมัยมากๆ ในยุค 40 กว่าปีที่แล้ว ความเร็วปลายทำได้ 200 km/h แบบสบายๆ จึงเป็นที่ประหวั่นพรั่นพรึงของคู่แข่งทั้งญี่ปุ่นเองและฝรั่งด้วย และมันก็ทรงคุณค่ามาจนถึงปัจจุบัน ที่ C10 ขึ้นแท่นเป็นรถ Retro & Classic ยอดนิยมสูงสุดตลอดกาล และมีค่าตัวที่แพง ใครมีในครอบครองถือเป็นโชค

HAKOHSUKA 2000 GT-R Hardtop สุดยอดในตำนานHAKOHSUKA 2000 GT-R Hardtop สุดยอดในตำนาน

มีทั้งแบบ 4 สูบ และ 6 สูบ  

        เรื่องราวของ C10 ก็เกิดขึ้นในปี 1968 จะเป็นรถซีดานสี่ประตูออกมาก่อน ยังไม่มีแบบสองประตูออกมา ซึ่งรุ่นแรกจะเป็นแบบ 4 สูบ มีเครื่องสองรุ่นคือ 1500 และ 1800 ซึ่งรุ่น 1800 จะเน้นความหรูหรา ในรุ่น 1500 จะใช้เครื่องยนต์ G15 94 แรงม้า สมัยนั้นก็ไม่น้อย ในบ้านเราก็มีจำหน่าย มักจะเป็น TAXI ส่วนรุ่น 1800 ใช้เครื่องยนต์ G18 105 แรงม้า ออกฟิลลิ่งสปอร์ตหน่อยๆ ในบ้านเราก็มีขายโดย บริษัท สยามกลการ จำกัด ซึ่ง C10 รุ่นปี 1968 นั้น จะมีข้อสังเกตที่ หน้ากระจัง จะเป็นแบบชิ้นเดียวทั้งอัน มีกรอบไฟหน้า บางคนก็เรียกว่า หน้าแว่น มีคิ้วกลาง หน้าปัดเป็นเรือนไมล์ทรงสี่เหลี่ยมยาว ไฟท้ายเป็นแบบซี่ๆ เหมือนกรง

         หลังจากออกรุ่น 4 สูบ มาประมาณ 2-3 เดือน ก็มีรุ่น 6 สูบ ตามมา คือ 2000 GT เครื่อง L20 6 สูบ 2.0 ลิตร เป็นรุ่นสปอร์ต เน้นการขับขี่แบบสมรรถนะสูง ด้วยช่วงล่างแบบ อิสระ 4 ล้อ ซึ่งหาได้ยากในรถญี่ปุ่นสมัยนั้น แทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ รุ่นนี้จะมีตัวถังเหมือนกับรุ่น 4 สูบ แต่ไม่เหมือนที่ หัวรถ จะยาวกว่า นับตั้งแต่ส่วนของขอบล้อหน้าจนถึงแนวขอบประตูหน้า ก็เพราะทำไว้ใส่เครื่อง 6 สูบ ที่มีความยาวมากกว่า ภายในเน้นสปอร์ต พวงมาลัย 3 ก้าน เกจ์วัดทรงกลมแบบรถสปอร์ตยุโรป รุ่นนี้ถือว่าสร้างความสะเทือนให้วงการรถยนต์สมัยนั้นมาก ลบคำสบประมาทว่ารถญี่ปุ่นเป็นแค่กระป๋องติดล้อ

         ปี 1970 ก็มีการเปลี่ยนแปลงรุ่นรถ หรือ ไมเนอร์เชนจ์ กันใหม่ ในรุ่น 4 สูบ เปลี่ยนหน้าตาใหม่เล็กน้อย กระจังหน้าแบบแยกชิ้น 3 ชิ้น รูแบบรังผึ้ง เพิ่มความสปอร์ตให้มากขึ้น ไฟท้ายเป็นแบบสี่เหลี่ยมสามก้อนนูน หน้าปัดเปลี่ยนใหม่ เกจ์เป็นทรงกลมลึกๆ แบบสปอร์ต และในช่วงปลายปี 2000 GT ก็ออกตัวถังแบบ 2 ประตู มา เรียกว่า Hardtop ไม่มีเสากลาง มันก็คือ รถสปอร์ตแบบเต็มขั้น นั่นเอง และมีการเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสบายหลายอย่าง เช่น กระจกไฟฟ้า วิทยุ เอาใจคนซื้อกันเต็มที่

สุดเท่ แรง เป็นที่ใฝ่ฝัน สุดเท่ แรง เป็นที่ใฝ่ฝัน

 

2000 GT-R ระดับเทพยังน้อยไป

        เหนือฟ้ายังมีฟ้า ขอบฟ้าที่มีความนิยมสูงสุด ก็คือ 2000 GT-R รหัสตัวถัง PGC10 ที่มีสมรรถนะสูงแบบหาตัวจับยาก ถ้าไม่นับซูเปอร์คาร์จากฝั่งยุโรปแบบราคาแพงระยับ รุ่นนี้ถูกพัฒนามาเพื่อ การแข่งขัน โดยเฉพาะ เครื่องยนต์ S20 พัฒนามาจากรถแข่ง PRINCE R380 มีความพิเศษอยู่ที่ 6 สูบ ทวินแค็ม 4 วาล์วต่อสูบ คาร์บูนอน 3 ตัว สุดไหมล่ะ ??? เป็นเครื่องที่รุ่นใหม่บางรุ่นก็ยังสู้ไม่ได้ ด้วยพลัง 160 แรงม้า ที่ 7,000 รอบ แค่ดูสเป็กเครื่องก็หนาวแล้ว นี่คือ 40 กว่าปีที่แล้ว !!! เกียร์แบบอัตราทดชิด พิเศษเพื่อการแข่งขัน เฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิปอีกเสียด้วย แค่นี้พอไหม 2000 GT-R รุ่นแรก เป็นตัวถัง 4 ประตู ไฟท้ายนอน ขอบลึก มีความพิเศษแบบสุดยอด ปัจจุบันราคาแพงมาก แพงกว่ารุ่น 2 ประตู เสียอีก

         ในปี 1971 2000 GT-R ก็มีการเปลี่ยนแปลงตัวถังเป็นแบบ 2 ประตู รหัสตัวถัง KPGC10 เพิ่มความเป็นสปอร์ตมากขึ้น เครื่องยนต์ S20 ถูกใช้งานเหมือนเดิม เพราะถือว่าสมบูรณ์ที่สุดแล้วของ NISSAN ปัจจุบันนี้ เครื่อง S20 นี้ ราคาสูงถึง หลักล้านเยน และถูกแย่งซื้อกันในคนรวยที่ชอบสะสมรถเก่า ในช่วงนี้ NISSAN เข็น 2000 GT-R เข้าร่วมการแข่งขันเซอร์กิตในญี่ปุ่น ที่สร้างชื่อเสียงที่สุด ก็คือรายการ 50 Race All Japan Touring Car Championship ที่รวมพลรถระดับเทพของแต่ละค่ายมาสู้กัน ซึ่งการแข่งขัน 50 ครั้ง 2000 GT-R ชนะรวด !!! ซึ่งบางกระแสก็บอกว่า ชนะ 49 ครั้ง มีครั้งหนึ่งไปแพ้ MAZDA ซึ่ง 49 ครั้ง มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำ หากรถไม่ถึง คนไม่พร้อม ความสำเร็จนี้ก็คงจะเลือนรางเต็มที นับว่าเป็นตำนานอันยิ่งใหญ่ ของ SKYLINE C10 ที่สร้างชื่อไว้อย่างมาก เป็นรากฐานมาถึงปัจจุบัน

สุดคลาสสิค ราคาแพงสุดต้องตัว GT-R 4 ประตู ที่เข้ากรุไปแล้ว กระจังหน้าแบบหน้าแว่น

สุดคลาสสิค ราคาแพงสุดต้องตัว GT-R 4 ประตู ที่เข้ากรุไปแล้ว กระจังหน้าแบบหน้าแว่น


คุ้มไหมที่จะซื้อมาทำเล่น

         พูดถึงการซื้อ C10 มาแต่งชุบชีวิตใหม่ ต้องรู้ล่วงหน้าว่ามัน ใช้ทุนสูงกว่ารุ่นอื่น เพราะกระแสนิยมในตลาดโลก ยิ่งมาดังก็ตอนที่ Fast & Furios ภาค 5 พระเอกขับ C10 เข้าฉาก กลับมาเข้าเรื่องกันต่อ C10 ในเมืองไทย สมัยก่อนก็ไม่มีใครสนใจ ผู้เขียนเห็นมันเป็นรถเก่าๆ ที่ปุเลงๆ อยู่ สำหรับคนเงินน้อย หรือทิ้งเป็นซากไว้ตามข้างถนน หรือสุสานรถต่างๆ แต่ ณ ตอนนี้ มันถูกกว้านซื้อโดยพ่อค้ารถเก่า ราคาถีบตัวสูงขึ้นจนประเมินไม่ถูก แล้วแต่ความอยากได้อยากมี ตรงนี้ ก็ต้องดูด้วย ว่าไอ้รถที่ท่านจะซื้อมา มันมีสภาพคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปหรือไม่ ถ้าสภาพมันแย่มากจนดูอนาคตไม่ออก แล้วเงินของคุณไม่เหลือมากพอตั้งแต่ 6-7 แสนขึ้นไป ทั้งในการทำตัวรถ ประมูลอะไหล่ที่แสนแพง ช่างที่ทำรถให้ก็ต้องมีฝีมือมาก เพราะการปั้นรถเก่าขนาดนี้มันไม่ใช่ช่างที่ไหนจะทำก็ได้ ถ้าท่านไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้ ก็ควรจะหันไปเล่นรุ่นอื่นน่าจะจบง่ายกว่า ดีกว่าทนทู่ซี้ทำไปแล้วจบไม่ดีครับ

ไฟท้ายแดงล้วน ที่หายากเหลือเกิน ซึ่งตอนหลังมีอะไหล่แบบ Reproduct ขาย แต่ก็แลกมาด้วยราคาแพงระยับไฟท้ายแดงล้วน ที่หายากเหลือเกิน ซึ่งตอนหลังมีอะไหล่แบบ Reproduct ขาย แต่ก็แลกมาด้วยราคาแพงระยับ

การเลือกรถมาทำ  

         ถ้าท่านถึงพร้อมด้วยเงิน อู่ ช่าง อะไหล่ และ เวลา ที่จะมานั่งเฝ้ามัน คอยหาอะไหล่จากเมืองนอกเมืองนา ก็ถึงวิธีการหารถ C10 มันจะมีเอกลักษณ์ตรงที่ สันครีบรอบคัน นี่คือจุดสวยของมัน โดยเฉพาะสันครีบข้างประตู ตรงนั้นถ้ารถชนมาแล้วจะไม่สวย หรือโดนเคาะจนหายไป หรือทำมาเสียทรง จะทำใหม่ต้องใช้ช่างฝีมือจริงๆ ซึ่งก็ทำให้สวยได้ยาก ถ้าดูแล้วทรงรถ สันครีบสวยเดิมๆ รถจะผุเยอะหน่อยก็รับได้ แต่ส่วนของทรงจะต้องสวยครบอยู่  รถต้องไม่ถูกแปลงมาจนเสียรูป เพราะทำกลับนั้นจะยากมาก ถ้าไม่มีแบบและช่างมือไม่ถึงรถออกมาจะไม่ได้ทรงเดิมเท่าที่ควร ตอนซื้อก็ดูสภาพที่มันเดิมที่สุด สำคัญคือทรงนะครับ เน้นตรงนี้มากๆ อย่าซื้อเพียงเพราะมันเป็น C10 แต่ถูกแปลงมาเยอะแยะ ความเป็น C10 ก็หมดไป ท้ายสุดก็หวังว่าจะเป็นแนวทางพิจารณาของคนที่ชอบรถรุ่นนี้เป็นพิเศษ ถ้าคิดจะเล่นกับมัน ก็ขอให้พิจารณาให้ดี เพราะ รถเทพ มันก็ต้องแลกกับความยากเย็นและงบประมาณที่สูง สวัสดีครับ

นี่เป็นรุ่น 4 สูบ มีทั้ง 4 ประตู และ แวก้อน 5 ประตูนี่เป็นรุ่น 4 สูบ มีทั้ง 4 ประตู และ แวก้อน 5 ประตู


ที่มา : rongrod.com
อ่าน : 2652 ครั้ง | อัพเดท : 06-07-2555 เวลา 09:16 น.
Tags : รถโบราณ Classic car

ยังไม่มีความคิดเห็นของข่าวนี้
โพสความคิดเห็น

ชื่อ * อย่างน้อย 3 ตัวอักษร
รายละเอียด * พิมพ์ข้อความได้ทั้งหมด 400 ตัวอักษร
* คลิ๊กที่รูปภาพถ้าต้องการรับรหัสใหม่