พริตตี้ Motor Expo 2011 พริตตี้ Motor Expo 2011
พริตตี้ Motor Expo 2011 รูปรถในงาน Motor Expo 2011

Ad VIP



รอบรู้เรื่องรถ

Bookmark and Share


ตามรอย GT-R ย้อนยุคสู่จุดเริ่มต้น

nissan skyline-GT-Rนิสสัน สกายไลน์ GT-R รุ่นแรกมากับตัวถังซีดาน 4 ประตูที่ใช้พื้นฐานของรุ่น C10 เปิดตัวในช่วงต้นปี 1969

        ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่คนส่วนใหญ่จะรู้จักกับ เจนเนอเรชันตัวแรง GT-R ของนิสสัน สกายไลน์ผ่านทางรหัส R ที่เริ่มต้นกับรุ่น R32 ซึ่งสื่อมวลชนในออสเตรเลียขนาดนามว่า ‘Godzilla’ โดยอาจเป็นเพราะช่วงเวลาถูกเปิดตัวออกมาเพิ่งเกิดขึ้นจากปัจจุบันไม่นานนัก แค่ 20 ปีที่แล้วเอง บวกกับโลกในยุคนั้นถูกทำให้แคบลงและถูกเชื่อมต่อด้วยช่องทางที่มีความหลาก หลายมากขึ้น ก็ทำให้รถสปอร์ตที่เป็น JDM สามารถเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลเข้ามาขายในประเทศอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการปรากฎตัวในสนามแข่งทัวโลก พร้อมกับคว้ารางวัลมามากมาย นั่นก็เลยทำให้ชื่อของสกายไลน์ GT-R ไม่ใช่ของดีหายากที่มีขายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น

        อย่างไรก็ตาม ถ้าจะนับย้อนเพื่อค้นหาความจริงในประเด็นของ ‘ความเป็นจุดเริ่มต้นในรหัส GT-R’  ของนิสสัน สกายไลน์แล้ว คงต้องย้อนกันไปไกลกว่านั้น และรหัส R32-R34 ยังไม่ใช่จุดเริ่มต้นของความเป็น GT-R เป็นเพียงแค่ตำนานบทที่ 2 ของตัวแรงรุ่นนี้เท่านั้นเอง

        คนที่แฟนของนิสสันคงทราบกันดีว่าชื่อสกายไลน์ ไม่ได้เป็นรถยนต์ดั้งเดิมที่เกิดขึ้นจากนิสสัน แต่เป็นผลผลิตที่มีขายอยู่แล้วภายใต้บริษัท พรินซ์ มอเตอร์ในปี 1957 ก่อนที่บริษัทแห่งนี้จะถูกรวมเข้ากับนิสสันในอีก 9 ปีต่อมา และทำให้ชื่อของสกายไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของนิสสันนับจากนั้นเป็นต้นมา

02-skyline-GT-RC10 หรือนิสสัน สกายไลน์รุ่นที่ 2 ซึ่งถูกใช้เป็นแม่แบบและเป็นต้นกำเนิดของ Hakosuka

        ส่วนจุดเริ่มต้นของ GT-R ความจริงแล้วมาเริ่มเอาในสกายไลน์เจนเนอเรชันที่ 3 รหัส C10 ที่เปิดตัวในปี 1968 ถือเป็นสกายไลน์รุ่นแรกที่นิสสันมีส่วนในการพัฒนาตั้งแต่แรกเริ่ม และทำตลาดภายใต้ชื่อแบรนด์ตัวเอง

        อย่างไรก็ตาม GT-R ไม่ได้ถูกพัฒนาเพื่อเป็นรถสปอร์ตคูเป้ตัวแรงตั้งแต่แรกเริ่ม เพราะว่าต้นกำเนิดของตัวรถจริงๆ ใช้พื้นฐานของรุ่นซีดาน และมีรหัสตัวถังว่า PGC-10 โดยถูกเปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 1969 ซึ่งสกายไลน์ GT-R รุ่นนี้รู้จักกันในอีกชื่อว่า Hakosuka หรือแปลตรงๆ ตัวก็คือ สกายไลน์ทรงกล่อง โดยเป็นการรวมของคำว่า Hako ซึ่งหมายถึง ‘กล่อง’ และ Suka โดยตัดมาจากคำว่า Sukairain ซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่นที่มีความหมายเดียวกับ Skyline

        GT-R รุ่นแรกวางเครื่องยนต์ 6 สูบ ทวินแคม 24 วาล์ว รหัส S20 ที่มีความจุ 2,000 ซีซีรีดกำลังออกมาได้ 160 แรงม้า ที่ 7,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 18.0 กก.-ม. ที่ 5,600 รอบ/นาที พร้อมเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ เทียบเท่ากับสปอร์ตชั้นเยี่ยมในยุคนั้น  โดยสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง และใช้เวลา 16.1 วินาทีสำหรับการแล่นควอเตอร์ไมล์ 0-402 เมตร

        อีกทั้งพื้นฐานของเครื่องยนต์ยังคล้ายกับขุมพลังรหัส GR8 ซึ่งนิสสันใช้อยู่ในตัวแข่งรุ่น R380 อีกด้วย ส่วนรุ่นคูเป้ในรหัส KPGC-10 ถูกเปิดตัวตามออกมาในเดือนมีนาคม 1971 พร้อมรูปลักษณ์ที่สวยดุดันจนได้รับการยอมรับว่าเป็นรถสปอร์ตที่สวยและคลาสสิ ครุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

        นอกจากจะทำตลาดแล้ว นิสสันยังส่งสกายไลน์ GT-R เข้าร่วมสนามแข่งทางเรียบ และก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก เมื่อรุ่นซีดานกวาดชัยชนะมาถึง 33 รายการในช่วง 2 ปีที่ลงแข่งขัน ก่อนที่รุ่นคูเป้จะบวกเพิ่มเป็น 50 ครั้งจนถึงปี 1972 โดย Hakosuka ต้องตัวแรงของแดนปลาดิบในยุคนั้นทั้งโตโยต้า 1600GT5, อีซูซุ เบลเล็ตต้า GTR,  มาสด้า แฟมิเลีย R100 หรือแม้แต่ปอร์เช่

        ส่วนหนามยอกสำคัญจริงๆ คือ มาสด้า RX-3 ซึ่งทั้งคู่ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดมาตั้งแต่ปี 1971 ก่อนที่ RX-3 จะหยุดสถิติชนะรวดของ GT-R เอาไว้ได้สำเร็จ

        หลังประสบความสำเร็จอย่างมากในรุ่นแรก ทั้งในตลาดและในสนามแข่ง นิสสันก็จัดการเดินหน้าโปรเจ็กต์ GT-R อย่างต่อเนื่อง และถูกบรรจุให้เป็นหนึ่งในสายพันธุ์หลักของสกายไลน์ พร้อมกับเปลี่ยนจากตัวถังซีดานมาเป็นคูเป้เพียงอย่างเดียว

        รุ่นที่ 2 ของสกายไลน์ GT-R แชร์พื้นฐานของสกายไลน์รุ่นธรรมดาในรหัส C110 หรือเจนเนอเรชันที่ 4 ซึ่งของสายพันธุ์หลักเปิดตัวในปี 1972 โดยในรุ่นธรรมดารู้จักกันในอีกชื่อว่า KEN&MARY เพราะภาพโฆษณาของสกายไลน์ที่ต้องการให้เป็นรถยนต์สำหรับครอบครัวหนุ่ม-สาว โดยอาศัยพรีเซ็นเตอร์ที่ชื่อ KEN&MARYและประสบความสำเร็จอย่างมาก จนเรียกว่าเป็นสกายไลน์ที่มียอดขายสูงสุดรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งตลอดอายุการทำตลาด 1972-1977 มีตัวเลขอยู่ที่ 670,562 คัน

        สำหรับเวอร์ชัน GT-R เปิดตัวตามหลังรุ่นปกติร่วม 2 ปี โดยอวดโฉมครั้งแรกในเดือนกันยายน 1972 ด้วยตัวถังคูเป้แบบฮาร์ดท็อปรหัสตัวถัง KPGC110  และก็จบชีวิตลงอย่างรวดเร็วในเดือนมีนาคม 1973 เพราะวิกฤตการณ์น้ำมันที่ทำให้รถสปอร์ตกินน้ำมันดุเดือดล้มหายตายจากกันไป เป็นแถว

        วิกฤตการณ์น้ำมันทำให้สกายไลน์ GT-R รุ่นที่ 2 มียอดขายในญี่ปุ่นเพียง 197 คันเท่านั้น แถมนิสสันยังประกาศถอนตัวออกจากการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต รวมถึงล้มเลิกโครงการส่งออกสกายไลน์ GT-R ออกไปตลาดต่างแดน ซึ่งในตอนแรกเล็งออสเตรเลียเอาไว้

        และที่สำคัญกว่านั้น คือ ตำนานความแรงของ GT-R ก็จบลงอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะเป็นการชั่วคราวก็ตาม


ที่มา : motortrivia.com
อ่าน : 2393 ครั้ง | อัพเดท : 31-07-2555 เวลา 11:16 น.
Tags : รถโบราณ Classic car

ยังไม่มีความคิดเห็นของข่าวนี้
โพสความคิดเห็น

ชื่อ * อย่างน้อย 3 ตัวอักษร
รายละเอียด * พิมพ์ข้อความได้ทั้งหมด 400 ตัวอักษร
* คลิ๊กที่รูปภาพถ้าต้องการรับรหัสใหม่