พริตตี้ Motor Expo 2011 พริตตี้ Motor Expo 2011
พริตตี้ Motor Expo 2011 รูปรถในงาน Motor Expo 2011

Ad VIP



รอบรู้เรื่องรถ

Bookmark and Share


Porsche Carrera RS 2.7 ความสปอร์ตที่กลายเป็นตำนาน

B-Carrera

        ก่อนที่แฟนๆ ของปอร์เช่จะได้รู้จักกันรุ่นเทอร์โบ ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็น Top of the Line ของสายพันธุ์ 911 (ไม่นับรุ่น GT2 ที่มีการผลิตออกมาไม่ครบทุกเวอร์ชันของ 911) ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้เป็นยุคทองของแฟนปอร์เช่ ที่ชื่นชอบความสวยแบบสปอร์ต ด้วยรุ่น คาร์เรรา RS 2.7 ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็นรถสปอร์ตคลาสสิครุ่นหนึ่งของนักสะสมเลยทีเดียว

        ต้องบอกว่าถ้าไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงของกฎการแข่งขัน Wolrd Sportscar Championship หลังเสร็จสิ้นการแข่งขันในปี 1972 แฟนๆ รถสปอร์ตทั่วโลกคงไม่มีทางได้รู้จักกับ คาร์เรรา RS 2.7 เพราะในตอนนั้นตัวแข่งรุ่น 917 ต้องเจอกับงานที่น่าปวดหัว เพราะจะต้องมีการสร้างรถแข่งขึ้นมาใหม่ แถมยังจะต้องเจอกับกฎพื้นฐานการพัฒนารถที่อิงกับรถแข่ง F1 ซึ่งปอร์เช่ไม่มีประสบการณ์

1-Porsche Carreraความสวยเร้าใจที่เป็นตำนาน สำหรับปอร์เช่ 911 คาร์เรรา RS 2.7

        แต่ด้วยโชค (ดี) ที่การแข่งขันรายการใหม่อย่าง European GT Champioship เกิดขึ้นมาพอดี ก็เลยทำให้ปอร์เช่ตัดสินใจเมิน WSC และหันมาลงแข่งรายการนี้แทนในปี 1973 เพราะว่ารถสปอร์ตที่มีอยู่แล้วอย่าง 911 สามารถดัดแปลงเพื่อลงแข่งได้เลยในกรุ๊ป 4 GT ซึ่งจะต้องเจอกับคู่ปรับสุดหินอย่าง เฟอร์รารี่ 365GTB Daytona Competizione และแน่นอนว่าตามกฎการแข่งขัน Homologated รุ่นที่นำมาใช้เป็นรถแข่งจะต้องมีการผลิตออกขายจำนวนไม่ต่ำกว่า 500 คันในตลาด

นั่นก็เลยเป็นที่มาของความแรงรุ่นใหม่…

2-Carrera

สปอยเลอร์ที่เป็นทีงหางเป็ด เอกลักษณ์เด่นของรถสปอร์ตรุ่นนี้

        ตัวรถที่ถูกเลือกมาใช้ในการผลิตเป็นตัวแข่งคือ คาร์เรรา เอส ซึ่งมากับเครื่องยนต์ 6 สูบนอน บ็อกเซอร์รุ่นเก่า ที่ระบายความร้อนด้วยอากาศ มีความจุ 2,400 ซีซี และทีมงานปอร์เช่ต้องจัดการขยายความกว้างของกระบอกสูบอีก 6 มิลลิเมตรเป็น 90 มิลลิเมตร เพื่อขยับความจุเป็น 2,700 ซีซี ทำให้มีกำลังขยับขึ้นจากเดิมอีก 20 แรงม้ามาเป็น 210 แรงม้า

        และเพื่อรองรับกับการถ่ายทอดกำลังลงสู่พื้นถนนได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ปอร์เช่นำยางล้อหลัง ที่มีขนาดใหญ่กว่าล้อหน้ามาใช้ในรถสปอร์ตที่อยู่ในไลน์ผลิต พร้อมกับเป้าหมายในการลดน้ำหนักให้กับตัวรถ ด้วยการถอดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทั้งหลายทิ้งไป และใช้ตัวถังที่ผลิตจากไฟเบอร์กลาสคู่กับท่อเหล็กที่มีขนาดบาง จนทำให้เบาเพียง 1,075 กิโลกรัมเท่านั้น

        ในที่สุด 911 คาร์เรรา RS 2.7 ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว...

        สำหรับคาร์เรรา RS 2.7 มาพร้อมกับความสวยปราดเปรียวของรถสปอร์ตที่พัฒนามาจากตัวแข่ง และมีการติดตั้งสเกิร์ตเพิ่มความสวยรอบคัน แต่ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ คือ สปอยเลอร์หลังทรงหางเป็ด หรือ Ducktail และเบรกขนาดใหญ่ขึ้น ขณะที่เครื่องยนต์ แม้ว่าจะมีกำลังเพียง 210 แรงม้า แต่ด้วยน้ำหนักที่เบา ทำให้ตัวรถมีสมรรถนะในตีนต้นที่เร้าใจ โดยชื่อ RS เป็นตัวย่อมาจาก RennSport ในภาษาเยอรมัน หรือ Racing Sport  ในภาษาอังกฤษ

3-Porsche Carreraเครื่องยนต์ 6 สูบนอน 2,700 ซีซีที่เพาะม้าออกมาได้ 210 ตัว

        แน่นอนว่าตัวรถถูกผลิตออกมาตั้งแต่ปี 1972 และพอร์ชเร่งการผลิตล็อตแรกจนได้จำนวนครบตามที่กฎระบุเอาไว้ และทันเส้นตายในการเข้าร่วมการแข่งขัน GT Championship ในปี 1973 โดยในการแข่งขันรายการนี้ มีการอนุญาตให้ปรับแต่งรถแข่งจากสเปกเดิมของโรงงานได้อีกนิดหน่อย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วถ้าเป็นตัวแข่งก็จะมีการขยายความจุจาก 2,700 ซีซีมาเป็น 2,800 ซีซี (2,808 ซีซี) ในชื่อ คาร์เรรา RSR 2.8 โดยขยายขนาดของกระบอกสูบเป็น 92 มิลลิเมตร และเพิ่มอัตราส่วนการอัด 10.5 : 1 ซึ่งแค่ 100 ซีซีที่เพิ่มขึ้นมาว่ากันว่ารีดกำลังออกมาได้เฉียด 100 แรงม้าเลยทีเดียว (300 แรงม้า) และตัวรถมีการผลิตออกมา 49 คันเท่านั้นสำหรับใช้ในการแข่งขัน

04A

04-B

        ในสนามแรกของการแข่งขันคือ เดย์โทนา 24 ชั่วโมง ตัวแข่ง RSR 2.8 ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และสามารถพิชิตชัยชนะในประเภท Oveall โดยสามารถเอาชนะได้ทั้งรถแข่งเจ้าถิ่นอย่างคอร์เว็ตเครื่องยนต์ 7 ลิตร และ 365 ที่มีเครื่องยนต์ 4.4 ลิตรลงได้ รวมถึงการคว้าชัยในรายการเซบริง 12 ชั่วโมง และทาร์ก้า ฟลอริโอในปีเดียวกันนี้ และในรายการยูโรเปี้ยน GT ซึ่ง RSR 2.8 ถูกออกแบบและผลิตมาเพื่อการแข่งขันทัวร์นาเมนท์นี้โดยเฉพาะ  ก็ประสบความสำเร็จอย่างมากด้วยชัยชนะ 6 ใน 9 สนามของปีนี้ และจบลงด้วยการคว้าแชมป์ในที่สุด

        อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่นานก็มีการเปลี่ยนแปลงด้วยการขยับความจุให้กับเครื่องยนต์และ อัพเกรดทั้งรุ่นขายในตลาด และตัวแข่งมาเป็น RS 3.0 และ RSR 3.0 ในปี 1974 ก่อนที่ตัวแข่งรุ่นนี้จะถูกแทนที่ด้วยการเข้ามาของรุ่นเทอร์โบ 934 ในปี 1976

A-Carrera

รายละเอียดทางเทคนิค
ประเทศที่ผลิต – เยอรมนี เปิดตัวครั้งแรก ปารีส มอเตอร์โชว์ 1972
จำนวนการผลิต - 1590 คัน (1972 - 1973)
เครื่องยนต์ - 911/83 B 6 วางด้านท้ายในแนวยาว ผลิตจากแม็กนีเซียมอัลลอยทั้งเสื้อสูบและฝาสูบ
ความจุกระบอกสูบ 2.687 ลิตร / 164 ลูกบาศก์นิ้ว
กระบอกสูบ/ช่วงชัก 90.0 มม. (3.5 นิ้ว) / 70.4 มม. (2.8 นิ้ว) อัตราส่วนการอัด 8.5:1
ระบบวาล์ว 2 วาล์วต่อสูบ แคมเดี่ยว SOHC ระบบจ่ายน้ำมัน Bosch Fuel Injection
การนำเข้าอากาศ - หายใจเอง-Naturally Aspirated
ตัวถัง - unitary steel
ระบบกันสะเทือนหน้า แม็กเฟอร์สันสตรัท, ปีกนกล่าง, ทอร์ชันบาร์วางในแนวยาว, โช้กอัพ Bilstein เหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนหลัง เทรลลิงอาร์ม ทอร์ชันบาร์ โช้กอัพ เหล็กกันโคลง
พวงมาลัย แร็กแอนด์พิเนียน – เกียร์ ธรรมดา 5 จังหวะ – ระบบขับเคลื่อน ล้อหลัง
เบรก ดิสก์มีช่องระบายความร้อน
น้ำหนัก 1075 กก. / 2414.1 ปอนด์ – ฐานล้อ 2272 มม. (89.4 นิ้ว)
ยาว / กว้าง / สูง 4102 มม. (161.5 นิ้ว) / 1652 มม. (65 นิ้ว) / 1320 มม. (52 นิ้ว)
กำลังสูงสุด 210 bhp / 157 KW @ 6300 rpm – แรงบิดสูงสุด 274 Nm / 202 ft lbs @ 5100 rpm
แรงม้าต่อลิตร - 78 แรงม้าต่อลิตร
แรงม้าต่อ นน. - 0.19 แรงม้าต่อ 1 กก.
ความเร็วสูงสุด 241 กม./ชม. / 150 ไมล์ต่อชม.
อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. - 5.7 วินาที

 


ที่มา : motortrivia.com
อ่าน : 2256 ครั้ง | อัพเดท : 01-08-2555 เวลา 09:39 น.
Tags : รถโบราณ Classic car Porsche Carrera RS 2.7

ยังไม่มีความคิดเห็นของข่าวนี้
โพสความคิดเห็น

ชื่อ * อย่างน้อย 3 ตัวอักษร
รายละเอียด * พิมพ์ข้อความได้ทั้งหมด 400 ตัวอักษร
* คลิ๊กที่รูปภาพถ้าต้องการรับรหัสใหม่