พริตตี้ Motor Expo 2011 พริตตี้ Motor Expo 2011
พริตตี้ Motor Expo 2011 รูปรถในงาน Motor Expo 2011

Ad VIP



รอบรู้เรื่องรถ

Bookmark and Share


Lancia Stratos รถสปอร์ตสัญชาติอิตาเลียน เกิดมาเพื่อสนามแข่งแรลลี่โลก

1

    ต้องบอกเอาไว้ก่อนว่า จุดเริ่มต้นของ Classic Car เรื่องนี้ก็คงไม่ต่างจากเรื่องอื่นๆ คือ ทุกอย่างมักเกิดขึ้นจากสิ่งที่วนเวียนอยู่ในชีวิตผมเอง คิดอะไรได้ ก็เอาเรื่องตรงนั้นมาเขียนนั่นแหละ และเจ้ารถสปอร์ตสัญชาติอิตาเลี่ยนนามว่า สตราโตส ของค่าย แลนเซีย ก็เป็นอีกรุ่นที่อยู่ในความทรงจำของผม

    ไม่ใช่เพราะว่าบ้านรวยหรอกครับ จุดเริ่มต้นที่ทำให้รู้จักกับรถยนต์รุ่นนี้รู้สึกจะเป็นเรื่องที่เพื่อนติด เงินผมสมัยมัธยม แล้วไม่มีจ่าย มันก็เลยเอาโมเดลรถของตัวเองที่บ้านมาจ่ายแทน ซึ่งโมเดลรถที่ว่าคือ ตัวแข่ง แลนเซีย สตราโตส เทอร์โบ สีเขียวสลับขาว

    เรียนตามตรงว่าในตอนนั้นผมไม่รู้จักหรอกว่ามันคือรถอะไร แต่บอกได้อย่างเดียวผ่านทางสัมผัสที่ได้เจอครั้งแรกตามประสาเด็กๆ  คือ ‘มันเป็นรถยนต์ที่โคตรสวยเลย’

    สมัยนั้นไม่มีอินเตอร์เนต ไม่มีกูเกิ้ลให้เสิร์ช ส่วนหนังสือรถยนต์ไม่ต้องพูดถึง หายากกว่าสมัยนี้มากนัก ซึ่งโมเดลของเจ้าสตราโตส เทอร์โบอยู่ในความครอบครองผมเพียงแป๊บเดียวก็กลายเป็นอดีตไปซะ กลายเป็นซากอยู่ใต้ล้อของเจ้า โตโยต้า ไฮลักซ์

    เอาละเข้าเรื่องกันซ่ะที ที่เกริ่นมาทั้งหมดก็คือจุดเริ่มต้นของเรื่องเล่าในครั้งนี้ มาทำความรู้จักกับแลนเซีย สตราโตสกัน และเจ้านี่เองที่ทำให้ชื่อของแลนเซีย (หรือแล่นเสีย ของใครหลายคน) กลายมาเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ ที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันแรลลี่ระดับโลก

    รถยนต์รุ่นนี้มีชื่อเรียกจริงๆ ว่า สตราโตส HF ซึ่งตัวย่อที่ต่อท้ายมาจากคำว่า High Fidelity ไม่ใช่นิยายของ Nick Hornby ที่มาทำเป็นหนังเล่นโดย John Cousack ซึ่งลองพยายามหาคำแปลแล้ว ส่วนใหญ่คำนี้จะถูกใช้ในวงการเครื่องเสียงมากกว่า หมายถึง การรับส่งคลื่นเสียงที่ชัด และมีเสียงรบกวนน้อยมาก เอาแบบบ้านๆ หน่อย คือ เสียงดี แจ่มแจ๋ว ทำนองนั้น

1เจ้าสีเขียวคันนี้แหละที่อยู่ในความทรงจำของผม เป็นสตราโตส HF ตัวแข่งแรลลี่ Group 4 ในปี 1974

2-1

2-2

จุดเริ่มต้นของสตราโตสต้องย้อนกลับไปในปี 1970 เมื่อแลนเซียได้มอบหมายหน้าที่ให้ทาง เบอร์โทเน รับผิดชอบในการผลิตรถยนต์ต้นแบบสำหรับจัดแสดงในงาน ตูริน มอเตอร์โชว์ และ มาร์เซโล แกนดินี นักออกแบบชื่อดัง ซึ่งนั่งในตำแหน่งหัวหน้าทีมออกแบบของเบอร์โทเนในตอนนั้น ได้สร้างสรรค์ต้นแบบที่ล้ำสมัยในด้านรูปทรง พร้อมเครื่องยนต์วางกลางลำ ซึ่งเป็นขุมพลังแบบวี 4 สูบ 1,600 ซีซีที่ยกมาจากรุ่น Fulvia พร้อมความสปอร์ตแบบสุดๆ เพราะทุกรายละเอียด ถูกออกแบบมาให้เหมือนกับเวลานั่งอยู่ในค็อกพิตของรถแข่ง F1 ยังไงยังงั้น

แน่นอนว่าเมื่อปรากฎตัวครั้งแรกในงานภายใต้ชื่อ Stratos Zero รถยนต์คันนี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก และชื่อ สตราโตส เป็นคำที่ถูกย่อมาจาก Stratosphere หรือชั้นบรรยากาศชั้นหนึ่งของโลก เพื่อสื่อให้เห็นถึงอาการของคนที่ได้เห็นรถยนต์คันนี้ แล้วจะต้องคิดว่านี่คือผลงานสุดล้ำ เหมือนกับผลผลิตที่ไม่ใช่มาจากฝีมือมนุษย์ แต่มาจากสิ่งนอกโลกที่พุ่งทะลุชั้นบรรยากาศ (Stratosphere) ลงมายังพื้นผิวโลก

คนอื่นๆ เห็นก็ยังไม่เท่าไร แต่เรื่องมาเกิดเอาก็เมื่อ เซซาเร ฟิออริโอ ผู้จัดการทีมรถแข่งแรลลี่ของแลนเซียดันมาเห็นแล้วเกิดชอบ พร้อมกับจินตนาการบรรเจิดว่า ถ้าหากนำต้นแบบรุ่นนี้มาผลิตเป็นรถแข่ง คงจะเก๋ไม่หยอก และน่าจะมีศักยภาพมากพอที่จะแข่งกับคู่ปรับอย่าง ปอร์เช่ และ อัลไพน์ ของ เรโนลต์ ที่กำลังสร้างแรงกดดันให้กับแลนเซียในสนามแข่งช่วงนั้นได้เป็นอย่างดี

3-1

3-2

โปรเจ็กต์นี้ก็เลยได้เดินหน้า...เพื่อเป็นรถแข่ง ไม่ใช่เป็นรถสำหรับใช้งานบนถนน จนกลายเป็นรถแข่งแรลลี่คันแรก และน่าจะเป็นคันเดียวที่เกิดมาจากต้นแบบไม่ได้เป็นการดัดแปลงมาจากรถยนต์ใน สายการผลิตเหมือนกับคนอื่นๆ เขา

อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกกว่าจะได้ลงแข่งก็ต้องเจอกับปัญหาที่เป็นกระดูกชิ้นโต เพราะตามข้อกำหนดของ FIA ซึ่งเป็นผู้ตรากฎการแข่งขันแรลลี่โลก และแรลลี่ระดับนานาชาติ รถยนต์ที่จะนำมาใช้ในการแข่งขันได้ 'จะต้องมีการผลิตเพื่อขายในตลาดไม่น้อยกว่า 500 คัน' และแม้ว่าในปีที่แลนเซียจะส่งสตราโตสลงแข่ง FIA จะลดมาอยู่ที่ 400 แล้วก็ตาม แต่ FIA และผู้ผลิตรถยนต์ที่ลงแข่งในแรลลี่โลก ต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่า ตัวเลขนี้ดูจะเยอะเกินไป และไม่เป็นการสนับสนุนให้ผู้ผลิตรถยนต์หันมาพัฒนารถแข่งกันอย่างจริงจัง

ในปี 1971 แลนเซียเปิดตัวต้นแบบเวอร์ชันที่ 2 ของสตราโตสออกมาโดยมีคำว่า HF พ่วงท้ายมาด้วย ซึ่งตัวต้นแบบคันสีแดงนี้ มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงในด้านรูปลักษณ์ที่ดูสวย สปอร์ต และล้ำสมัยแบบสุดๆ รูปทรงคล้ายกับลิ่มที่ปราดเปรียวและท้ายโด่งแบบสุด ออกแบบชนิดที่ไม่สนใจการมองด้านหลังเลย เรียกว่าเกิดมาเพื่อการใช้งานในสนามแข่ง โดยเฉพาะแรลลี่ที่กระจกหลังไม่จำเป็นต้องมอง

แม้จะเป็นต้นแบบแต่ก็มีการติดตั้งเครื่องยนต์ 3 แบบ คือ ขุมพลังของรุ่น Fulvia, Beta และเครื่องยนต์วี6 2,418 ซีซี 190 แรงม้าของ เฟอร์รารี่ ดิโน่

4

แลนเซียนำสตราโตสออกทดสอบหลายต่อหลายครั้ง และขณะที่เวอร์ชันที่เป็นรถแข่งก็เข้าร่วมการแข่งขันแรลลี่ใน Group 5นช่วงปี 1972-1973 ซึ่งทาง FIA เปิดโอกาสให้นรถต้นแบบสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ และสามารถคว้าแชมป์ในปี 1973

จนกระทั่งในปี 1973 เมื่อแลนเซียตัดสินใจผลิตเวอร์ชันสำหรับขายจริงออกมา 400 คัน เพื่อสอดคล้องกับกฎ Homologation ของการแข่งขัน ก็เลยได้ขยับมาลงแข่งใน แรลลี่ชิงแชมป์โลก หรือ WRC Group 4 เอาในปี 1974 ซึ่งตัวแข่งรุ่นปี 1974 กับเครื่องยนต์วี6 ของเฟอร์รารี่ ดิโน่มาพร้อมกับความเร้าใจแบบสุดๆ มีทั้ง 280 แรงม้าสำหรับรุ่น NA หรือ 560 แรงม้าจากการรีดกำลังผ่านทางเทอร์โบเดี่ยวของ KKK และในปีเดียวกันนี้เอง แม้ว่าทางเฟอร์รารี่จะยุติการผลิตดิโน่ แต่เครื่องยนต์วี6 จำนวน 500 เครื่อง ก็ถูกส่งมาที่โรงงานของแลนเซียเพื่อวางในสตราโตส

สตราโตสได้รับการยอมรับว่า เป็นรถแข่งแรลลี่โลกที่ประสบความสำเร็จรุ่นหนึ่ง เพราะตัวรถสามารถทำแฮทริกในการคว้าแชมป์โลก เพราะกวาดแชมป์ให้กับแลนเซียได้ถึง 3 ปีติดต่อกันจาก 1974-1976 ด้วยฝีมือของ Sandro Munari และ Bjorn Waldegard รวมถึงการคว้าแชมป์ในรายการที่ มอนติคาร์โล ในปี 1975, 1976 และ 1977 โดยถ้วยรางวัลน่าจะมีมากกว่านี้ด้วยซ้ำ ถ้าไม่เกิดปัญหาทางการเมืองภายในของ เฟียต กรุ๊ป บริษัทแม่ของแลนเซียเสียก่อน เพราะทางเฟียตต้องการผลักดันรุ่น 131 อาบาร์ธ ขึ้นมา ก็เลยทำให้สตราโตสต้องทำงานแบบโดดเดี่ยว

7

แต่กระนั้นก็ตาม แม้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากทางเฟียต รวมถึงการเปลี่ยนกฎการแข่งขันใหม่ที่มีการจำกัดกำลังของเครื่องยนต์ แต่สตราโตสก็ยังร้อนแรงด้วยการกวาดอีกหลายรางวัล โดยที่เด่นสุดคือ การคว้าแชมป์ในปี 1981 ที่รายการ Tour de Corse Automobile และอีกหลายรายการใน WRC ของปีนั้น ก่อนที่จะถูกลดบทบาทลงไป

แม้ 131 จะเข้ามาแทนที่ แต่แลนเซียก็นำสตราโตสลงไปเอาดีทางด้านอื่นอย่างรายการ มาราธอน และนำตัวแข่ง Group 5 มาดัดแปลงเป็นรถแข่งทางเรียบ แต่ทว่าด้วยความต่างของประเภทมอเตอร์สปอร์ต สตราโตสต้องพ่ายต่อความแรงของ ปอร์เช่ 935 ไป พร้อมกับจบตำนานความแรงที่เกิดขึ้นมาจากต้นแบบ

สำหรับในตลาดของนักสะสม ด้วยความที่สตราโตสรุ่นจำหน่ายจริงมีการผลิตออกมาเพียง 492 คันเท่านั้นในระหว่างปี 1973-1975 ทำให้รถยนต์รุ่นนี้หายากมาก และเป็นที่หมายปองของบรรดานักสะสมรถยนต์ และ

นอกจากความโด่งดังในสนามแข่งแล้ว สตราโตสยังเป็นตัวหุ่นที่อยู่ในภาพยนตร์การ์ตูนของ The Tranformers ในชื่อ Wheeljack ซึ่งเป็นหุ่นของฝ่าย Autobot และเคยปรากฎตัวในการ์ตูนเรื่องดังอย่าง Ghost in the Shell: Stand Alone Complex ในฐานะรถยนต์ของตัวละครที่ชื่อ Batou รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งในเกมซีรีส์ของ Sega Rally Championship, Forza Motorsport, Gran Turismo4 และ Project Gotham Racing 2

10

สถิติของ Lancia ในการแข่งขันแรลลี่
• ชนะ 74 ครั้ง รวมถึงชัยชนะของ มาร์คคู อัลเลน ในรายการซานรีโมปี 1986
• นักแข่งที่ประสบความสำเร็จสูงสุด Miki Biasion ชนะ 16 ครั้ง
• รถแข่งที่ประสบความสำเร็จสูงสุด Stratos/Delta HF Integrale ชนะ 16 ครั้ง



ที่มา : motortrivia.com
อ่าน : 1872 ครั้ง | อัพเดท : 06-08-2555 เวลา 08:58 น.
Tags : รถโบราณ Classic car Lancia Stratos

ยังไม่มีความคิดเห็นของข่าวนี้
โพสความคิดเห็น

ชื่อ * อย่างน้อย 3 ตัวอักษร
รายละเอียด * พิมพ์ข้อความได้ทั้งหมด 400 ตัวอักษร
* คลิ๊กที่รูปภาพถ้าต้องการรับรหัสใหม่