พริตตี้ Motor Expo 2011 พริตตี้ Motor Expo 2011
พริตตี้ Motor Expo 2011 รูปรถในงาน Motor Expo 2011

Ad VIP



รอบรู้เรื่องรถ

Bookmark and Share


Plymouth Superbird Meep Meep...เจ้านกฝีเท้าจัด

1

    อย่าเพิ่งคิดว่าผมเอาอะไรมาให้อ่านเนี่ยPlymouth เนี่ยอะนะ รถยนต์ยี่ห้ออะไรหว่า? เอาเป็นว่ารถยนต์ยี่ห้อนี้ แวบเข้ามาในสมองของผมหลังจากที่ทดลองเล่นเกม Gran Turismo ในเครื่อง PSP แล้วพบว่าผมสามารถเข้า Dealer Showroom เพื่อซื้อรถยนต์ยี่ห้อนี้ แถมยังมีรุ่นนี้ที่ผมชอบอีกเสียด้วย

    แน่นอนนั่นคือเจ้า Superbird ซึ่งความจริงแล้วมีชื่อเต็มๆ ว่า Road Runner Superbird ซึ่งมีโลโก้ของเจ้า Road Runner นกฝีเท้าจัดที่เจ้า Wile E. Coyote หรือ The Coyote ตัวการ์ตูนของ Warner Bros. ไม่สามารถไล่จับได้ซะที และก็อีกเช่นเดียวกันว่า รถยนต์รุ่นนี้ไม่ได้เลียนแบบชื่อมาเท่านั้น แต่เสียงแตรก็ยังลอกเลียนแบบเสียงของเจ้า Road Runner อีกด้วย....Meep Meep น่ารักไปอีกแบบ

2

    เจ้า Superbird จะว่าไปแล้วเป็นรถยนต์ที่มีอายุสั้นเอามากๆ เพราะว่าตัวรถถูกพัฒนาขึ้นมาโดยอยู่บนพื้นฐานของรุ่น Road Runner ที่ผลิตในปี 1968-1980 (มีขายทั้งหมด 3 เจนเนอเรชันด้วยกัน) โดยทาง Plymouth ยอมลงทุนจ่ายเงินถึง 50,000 เหรียญสหรัฐฯ สมัยนั้นให้กับทาง Warner Bros. เพื่อขอซื้อลิขสิทธิ์ชื่อ Road Runner มาใช้ในการตั้งชื่อรุ่นรถสปอร์ตรุ่นนี้ และต้องเสียเงินอีก 10,000 เหรียญสหรัฐฯ สำหรับค่าในการพัฒนาเสียงแตรให้เหมือนกับตัวการ์ตูนที่น่ารักตัวนี้

    สำหรับเวอร์ชัน Superbird นั้น เป็นการพัฒนาต่อเนื่องบนพื้นฐานของ Road Runner เจนเนอเรชันแรก โดยตัวรถเป็นการพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ในการสานต่อความเร็วในสนามแข่ง NASCAR ต่อจาก Dodge Charger Daytona ที่สามารถพิชิตคู่ปรับอย่าง Ford Torino และ Mercury Cyclone ลงได้ ซึ่งเป้าหมายของ Superbird คือ การพิฆาตคู่ปรับใหม่อย่าง Ford Torino Talladega และก็สามารถทำสำเร็จเสียด้วย แถมยังสามารถดึงนักแข่งฝีมือเยี่ยมอย่าง Richard Petty หรือเจ้าของฉายา The King ให้กลับมาสู่อ้อมอกของ Plymouth อีกครั้งหลังจากหนีไปใช้ชีวิตอยู่กับฟอร์ดมาร่วมปี

3

    ตัวรถรุ่นจำหน่ายจริงถูกพัฒนาขึ้นมาในปี 1970 พร้อมๆ กับลงแข่งในปีเดียวกันนั้น ซึ่งแม้ว่าจะแชร์พื้นฐานร่วมกับเจนเนอเรชันที่ 1 แต่ทว่ารูปลักษณ์ด้านหน้าแตกต่างกันอย่างชัดเจนด้วยการออกแบบในลักษณะที่ เรียกว่า NoseCone ที่ยื่นยาวและมากับไฟหน้าแบบพับเก็บได้ แต่ที่เด่นจริงๆ นั้นคือ สปอยเลอร์หลังทรงสูงที่ถูกตั้งฉายาว่า Goal Post หรือเสาโกล์ของอเมริกันฟุตบอล และถือว่าสไตล์การออกแบบของ Superbird ในยุคนั้นนี่สุดๆ ไปเลยสำหรับวงการรถยนต์อเมริกัน

    ในเมื่อได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งใน Muscle Car รุ่นดัง เมื่อเปิดฝากระโปรงหน้าขึ้นมาจะต้องเจอกับเครื่องยนต์วี8 บล็อกใหญ่ และแน่นอนว่าต้องเป็นตระกูล Hemi ชื่อดังของเครือไครสเลอร์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Plymouth และถือเป็นแบรนด์เก่าแก่ที่ไครสเลอร์ตั้งขึ้นมาในปี 1928 เพื่อชนกับแบรนด์ราคาประหยัดอย่างฟอร์ด และเชฟโรเลต

4

    ตลอด 1 ปีของการทำตลาด นอกจากเครื่องยนต์แล้ว Plymouth ก็ยังมีทางเลือกอื่นๆ ที่มีความประหยัด (เงินในประเป๋า) ออกมาขาย เช่น เครื่องยนต์ 440 Super Commando และ 440 Super Commando Six Barrel

    สำหรับจำนวนการผลิตถือว่าไม่มากเท่าไร และนั่นทำให้ในปัจจุบัน Superbird กลายเป็นของสะสมที่มีราคาของบรรดาคนรักรถอเมริกัน ด้วยค่าตัวที่อยู่ระหว่าง 80,000-300,000 เหรียญสหรัฐฯ ขึ้นอยู่กับสภาพและความพิเศษ โดยเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ Hemi 426 ซึ่งมีการผลิตออกมาเพียง 135 คันเท่านั้น

     ตามกฎของ NASCAR ในปี 1969 รถยนต์ที่จะเข้าร่วมได้จะต้องมีการผลิตขายในตลาดเพียง 500 คันหรือเพียงพอต่อความต้องการในตลาด แต่เมื่อเข้าถึงปี 19701 กฎตรงนี้มีการเปลี่ยนไป โดยระบุว่าผลิต 1 คันสำหรับขาย 1 ดีลเลอร์ ในสหรัฐอเมริกา นั่นเท่ากับว่าในตอนนั้น Superbird ถูกผลิตออกมาขายเพียง 1,920 คันเท่านั้นเอง

5

6


ที่มา : motortrivia.com
อ่าน : 1732 ครั้ง | อัพเดท : 07-08-2555 เวลา 09:06 น.
Tags : รถโบราณ Classic car

ยังไม่มีความคิดเห็นของข่าวนี้
โพสความคิดเห็น

ชื่อ * อย่างน้อย 3 ตัวอักษร
รายละเอียด * พิมพ์ข้อความได้ทั้งหมด 400 ตัวอักษร
* คลิ๊กที่รูปภาพถ้าต้องการรับรหัสใหม่