พริตตี้ Motor Expo 2011 พริตตี้ Motor Expo 2011
พริตตี้ Motor Expo 2011 รูปรถในงาน Motor Expo 2011

Ad VIP



รอบรู้เรื่องรถ

Bookmark and Share


Chevrolet Camaro อีกหนึ่งตำนานของ Pony Car

00A-camaro

     ขอตามกระแสภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Transformers ซึ่งมีภาคต่อออกมาให้ติดตามกันสักหน่อย เพราะถ้าใครที่ได้ดูตั้งแต่ภาคแรกจนถึงภาคนี้ น่าจะคุ้นเคยกับรถยนต์สีเหลือคาดแถบดำที่เป็นตัวเอกซึ่งชื่อ Bumblebee

    ใช่แล้วเราจะมาพูดถึงรถยนต์รุ่นนี้กัน เพราะนี่ถือเป็นรถสปอร์ตขนาดเล็กที่คนอเมริกันเรียกว่า Pony Car ชื่อดังอีกรุ่นหนึ่งของเมืองลุงแซม และถือเป็นคู่ปรับที่สูสีของฟอร์ด มัสแตงมาตั้งแต่ยุคโน่น จนกระทั่งถึงยุคนี้ ซึ่งคามาโรมีการนำกลับมารีเมคใหม่ และทางจีเอ็มก็สามารถใช้พื้นที่ของภาพยนตร์เรื่องนี้ในการโปรโมทเพื่อปูทาง สำหรับการกลับมาของคามาโรในตลาด Pony Car เพราะคนที่เป็นแฟน Transformers ภาคการ์ตูนย่อมรู้ดีว่า Bumblebee คือ โฟล์คเต่า ไม่ใช่คามาโรเหมือนอย่างในหนัง

    คงทราบกันดีว่าฟอร์ด มัสแตง คือความสำเร็จในตลาดรถสปอร์ตอเมริกัน ที่สามารถทำให้ความสวยและเร้าใจเป็นสิ่งที่คนทั่วไปสามารถสัมผัสได้ ในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป และด้วยความสำเร็จเช่นนี้ทำให้จีเอ็มและแบรนด์เชฟโรเลตมีความต้องการที่จะ ส่งคู่ปรับมาจัดการ และแนวคิดในการพัฒนารถสปอร์ขนาดเล็กในกลุ่ม Pony Car รุ่นใหม่ออกมาทำตลาดเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน 1965 ภายใต้ชื่อโปรเจ็กต์แพนเธอร์ แต่ต้องใช้เวลาร่วมปีกว่าถึงจะกลายเป็นคันจริง

    การเปิดตัวคามาโรอย่างเป็นทางการเริ่มขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 1966 ซึ่งในตอนนั้นเชฟโรเลตได้เชิญสื่อมวลชนเข้ามาร่วมงาน พร้อมกับแถลงความคืบหน้าของโครงการรถสปอร์ตรุ่นเล็กที่ยังมีการเก็บเรื่อง ชื่อเป็นความลับ แต่จะนำหน้าด้วย C เหมือนกับ คอร์เว็ตต์ (Corvette), ชีเวลล์ (Chevelle) และ เชฟวี่ ทู (Chevy II) โดยในงานแถลงข่าวรถคันจริงยังไม่มี แต่ทาง Pete Estes ผู้จัดการทั่วไปของเชฟโรเลตได้กล่าวว่า รถสปอร์ตรุ่นนี้จะมาในชื่อ คามาโร (Camaro) ซึ่งสร้างความงุนงงให้กับนักข่าวไม่น้อย เพราะคำว่า Camaro ไม่มีความหมายใดๆ และส่วนใหญ่จะตั้งคำถามเอาว่า ‘มันคืออะไร?’

    Estes ตอบอย่างกวนๆ ว่า ‘คามาโรคือ สัตว์ตัวเล็กๆ ชนิดหนึ่งที่ดุร้ายมาก และกินม้าป่า (มัสแตง) เป็นอาหาร’

จากนั้นทิ้งระยะร่วม 3 เดือนคามาโรคันแรกก็ออกอวดโฉมที่ดีทรอยต์ มิชิแกน เมื่อวันที่ 12 กันยายน 1966 ก่อนที่เชฟโรเลตจะนำออกตระเวณโชว์ตัวตามเมืองใหญ่ เช่น นิวยอร์ก และแอลเอ และจากนั้นก็เริ่มขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 กันยายน 1966 ในฐานะรถยนต์โมเดลปี 1967

http://www.motortrivia.com/section-classic-car/0004-chevrolet-camaro/01-chevrolrt-camaro.jpgคามาโรรุ่นแรกเปิดตัวในปี 1966

    รุ่นแรกของคามาโรได้รับการพัฒนาบนพื้นตัวถังรุ่น F-Body ของจีเอ็มมาทั้งตัวถังคูเป้และเปิดประทุนแบบ 2+2 ที่นั่ง ซึ่งได้รับการออกแบบห้องเครื่องยนต์ที่พร้อมรองรับกับขุมพลังที่หลากหลาย โดยในรุ่นแรกมีขายทั้งเครื่องยนต์ 6 สูบ 4,100 ซีซี 4,900 ซีซี  5,000 ซีซี, 5,400 ซีซี และ 5,700 ซีซี หรือบล็อกใหญ่อย่างวี8 6,500 ซีซี โดยคามาโรถูกส่งเข้ามาแข่งขันกับมัสแตงแทนที่รุ่นคอร์แวร์ (Corvair) ที่ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถทาบรัศมีของเจ้าม้าป่าจากฟอร์ดได้เลย

http://www.motortrivia.com/section-classic-car/0004-chevrolet-camaro/02-chevrolrt-camaro.jpghttp://www.motortrivia.com/section-classic-car/0004-chevrolet-camaro/03-chevrolrt-camaro.jpg
เจนเนอเรชันที่ 2 ของคามาโรซึ่งถูกส่งเข้าฉากในฐานะ Bumblebee ใน Transformers ภาคแรก ซึ่งเป็นรุ่นปี 1976

    รุ่นที่ 2 ของคามาโรถูกส่งออกสู่ตลาดในเดือนกุมภาพันธ์ 1970 และถือเป็นคามาโรรุ่นหนึ่งที่มีการผลิตยาวนาน เพราะอยู่นานจนถึงปี 1981 โดยตัวรถยังแชร์พื้นตัวถังร่วมกับรุ่นแรก มากับโครงสร้างตัวถังแบบ Unibody พร้อมซับเฟรมหน้า กันสะเทือนหน้าแบบ A-Arm และด้านหลังเป็นแหนบ มีเครื่องยนต์ทั้ง 6 สูบเรียง วี6 และวี8 ซึ่งมีความจุระหว่าง 3,800-7,400 ซีซี

    และในรุ่นนี้มีการเปิดตัวเวอร์ชันแรงในรหัส SS และ Z28 ออกมา ซึ่งนิตยสาร Road&Track เลือกคามาโร SS350 ให้เป็น 1 ใน 10 รถสปอร์ตที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก โดยตีพิมพ์บทความลงในนิตยสารเดือนสิงหาคม 1971

http://www.motortrivia.com/section-classic-car/0004-chevrolet-camaro/07-chevrolrt-camaro.jpg
คามาโรรุ่นที่ 3 ผลิตอยู่ในช่วงปี 1982-1992

    รุ่นที่ 3 เปิดตัวขายในระหว่างปี 1982-1992 และเป็นคามาโรรุ่นแรกที่ได้สัมผัสกับเครื่องยนต์แบบหัวฉีด รวมถึงการขยับแนวรุกลงสู่เครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียง 2,500 ซีซีตามด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะรุ่น Turbo-Hydramatic แถมยังมีน้ำหนักตัวเบาะกว่าเจนเนอเรชันที่ 2 ร่วมๆ 200 กว่ากิโลกรัม และมีการเปิดตัวรุ่นฉลองครบรอบ 20 ปี และ 25 ปีในการทำตลาดออกมาขายในปี 1987 และ 1992 ตามลำดับ

 

 

http://www.motortrivia.com/section-classic-car/0004-chevrolet-camaro/11-chevrolrt-camaro.jpg
กลับมาอีกครั้งโดยใช้ภาพยนตร์เรื่อง Transformers เป็นแรงหนุน

     จุดสิ้นสุดของสายพันธุ์คามาโรมาอยู่ที่เจนเนอเรชันที่ 4 ซึ่งเปิดตัวในปี 1993 โดยในรุ่นนี้มีทั้งตัวถังคูเป้ และแบบ T-Bar ตามด้วยเปิดประทุน โดยยังใช้พื้นตัวถัง F-Body เหมือนกับ 3 รุ่นที่ผ่านมา เชฟโรเลตทำตลาดให้กับคามาโรรุ่นนี้จนถึงปี 2002 จึงยุติการผลิตเพราะว่าตลาดรถสปอร์ตในสหรัฐอเมริกาไม่บูมเหมือนกับที่ผ่านมา แล้ว และรถสปอร์ตในกลุ่ม Pony Car ที่เคยเป็นคู่แข่งของมัสแตงต่างก็หายสาปสูญไปทีละรุ่นสองรุ่นเหลือแค่มัสแตง เท่านั้นที่อยู่ยงคงกะพันในตลาด

    อย่างไรก็ตาม การหยุดผลิตของคามาโรก็เป็นแค่ชั่วครู่เท่านั้น เมื่อตลาดรถสปอร์ตกลับมาบูมอีกครั้ง ทำให้เชฟโรเลตสนใจปัดฝุ่นนำชื่อนี้กลับมาสู่ตลาด และจัดการเปิดตัวต้นแบบของคามาโรใหม่ออกมาในงานดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์ 2006 กับตัวถังคูเป้ และซ้ำอีกครั้งด้วยรุ่นเปิดประทุนในงานเดียวกันแต่เป็นปี 2007

    คามาโรใหม่ถูกส่งทำตลาดในสหรัฐอเมริกาเมื่อต้นปี 2009 พร้อมกับการกลับมาของคู่ปรับอย่างดอดจ์ แชลเลนเจอร์ ซึ่งต่างก็ช่วยสร้างสีสันให้กับวงการรถสปอร์ตอเมริกันอย่างมาก โดยนอกจากตัวถังคูเป้แล้ว เชฟโรเลตประกาศจะผลิตรุ่นเปิดประทุนตามออกมาในปีหน้าด้วย เช่นเดียวกับเวอร์ชัน SS ตัวแรงวี8 6,200 ซีซี 426 รงม้า และมีข่าวว่าจะยกเครื่องยนต์วี8 ซูเปอร์ชาร์จของ CTS-V ที่มีกำลังถึง 550 แรงม้ามาเสริมเป็นอีกทางเลือกด้วย

00B-Camaro

 

 

 


ที่มา : motortrivia.com
อ่าน : 3097 ครั้ง | อัพเดท : 16-08-2555 เวลา 09:35 น.
Tags : รถโบราณ Classic car Chevrolet Camero Transformer Bumblebee Pony Car

ยังไม่มีความคิดเห็นของข่าวนี้
โพสความคิดเห็น

ชื่อ * อย่างน้อย 3 ตัวอักษร
รายละเอียด * พิมพ์ข้อความได้ทั้งหมด 400 ตัวอักษร
* คลิ๊กที่รูปภาพถ้าต้องการรับรหัสใหม่