พริตตี้ Motor Expo 2011 พริตตี้ Motor Expo 2011
พริตตี้ Motor Expo 2011 รูปรถในงาน Motor Expo 2011

Ad VIP



รอบรู้เรื่องรถ

Bookmark and Share


Mitsubishi Pajero Sport 2.5 GT ซ่อนจุดเด่นบนความเรียบง่าย

Mitsubishi Pajerosport 2.5 GT

           มิตซูบิชิ ปาเจโรสปอร์ต 1 ใน 3 ตัวเลือกหลักในตลาดเอสยูวีปัจจุบัน แม้ยอดขายจะไม่หวือหวา แต่ก็มาแบบน้ำซึมบ่อทราย ทั้งที่อยู่ในช่วงปลายอายุตลาด ทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย ทดลองขับรุ่นสูงสุด 2.5 GT เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ เพื่อค้นหาว่ารถรุ่นนี้มีจุดด้อยจุดเด่นอย่างไร คุ้มราคา 1,334,000 หรือไม่

รูปลักษณ์สปอร์ตสมส่วน

        แม้จะพัฒนาโดยใช้พื้นฐานจากปิกอัพ ไทรทัน แต่ภายนอกของ ปาเจโรสปอร์ต ก็ได้รับการออกแบบให้แตกต่าง ด้านหน้าเน้นความหรูด้วยกระจังโครเมียมซึ่งถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยโลโก้ของ มิตซูบิชิ ขนาบข้างด้วยไฟหน้าโปรเจ็คเตอร์ซีนอน พร้อมระบบปรับระดับไฟหน้าอัตโนมัติ เปิด-ปิดอัตโนมัติ และมีหัวฉีดน้ำล้างไฟหน้า มีประโยชน์เมื่อผ่านการลุยทางวิบาก ช่องดักลมในกันชนมีขนาดใหญ่ บุด้วยตะแกรงตาข่ายดูสปอร์ต ประกบข้างด้วยสปอตไลต์ทรงกลม

Mitsubishi Pajerosport 2.5 GT

        มุมมองด้านข้างให้อารมณ์ออฟโรดด้วยโป่งล้อขนาดใหญ่ ส่วนเส้นคาดเหนือซุ้มล้อหลังไปจรดไฟท้าย ช่วยให้รถดูแข็งแกร่ง ลวดลายของล้อแม็กดูจะเน้นความหรูสปอร์ตมากกว่าจะให้ดูลุยๆ แต่ก็ไม่ขัดสายตา และเข้าชุดกับบันไดข้างสีเงิน กรอบกระจกมองข้างเป็นพลาสติกชุบโครเมียมมีไฟเลี้ยวในตัว ตำแหน่งไฟเลี้ยวข้างบนบังโคลนหน้าจึงถูกแทนที่ด้วยชุดแต่งโครเมียม

        ประตูท้ายแบบเดี่ยวเปิดขึ้นบน เหนือกระจกหลังมีสปอยเลอร์ ส่วนไฟเบรกดวงที่ 3 ติดตั้งอยู่ในห้องโดยสาร มีที่ปัดน้ำฝนพร้อมหัวฉีดน้ำและไล่ฝ้าครบครัน เสริมความหรูด้วยคิ้วโครเมียมเหนือที่ใส่ป้ายทะเบียน ด้านล่างของกันชนติดตั้งเซ็นเซอร์กะระยะเมื่อถอยหลัง ชุดไฟท้ายแนวนอนทรงพริ้วมีเฉพาะไฟเบรกและไฟเลี้ยว ส่วนไฟถอยหลังแยกไปอยู่มุมล่างของกันชน

Mitsubishi Pajerosport 2.5 GT

ภายในอุปกรณ์ (เกือบ) ครบ

        ห้องโดยสารของ ปาเจโรสปอร์ต ตกแต่งด้วยสีทูโทน แผงคอนโซลและแผงประตูช่วงบนเป็นสีดำ ส่วนครึ่งล่างเป็นสีเบจ อุปกรณ์หลักๆ มีให้ครบ เช่น เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า แอร์อัตโนมัติ ครูสคอนโทรล จอเอนกประสงค์บนคอนโซลกลาง ช่องแอร์พร้อมสวิตช์ควบคุมสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ในส่วนของจอเอนกประสงค์ที่สั่งงานด้วยระบบสัมผัสซึ่งน่าจะใช้งานง่าย แต่เอาเข้าจริงกลับใช้ยาก มีโหมดทีวีและเนวิเกเตอร์เตรียมไว้ให้ แต่ต้องติดเพิ่มภายหลัง

        ส่วนที่จะว่าดีก็ได้ ไม่ดีก็ไม่ผิด ก็คือชุดเครื่องเสียงแบบ 1 DIN ที่ยังเป็นแบบติดตั้งแยก ไม่ใช่ Built-in ข้อดีคือสามารถปรับเปลี่ยนได้ง่าย แต่ก็ด้อยในแง่ความทันสมัยและความสวยงาม และตำแหน่งการติดตั้งก็ต่ำไปนิด ต้องก้มเพื่อใช้งาน อีกอย่างที่ขาดหายไปคือ จอแสดงข้อมูลการขับ ซึ่งปัจจุบันรถซับคอมแพ็กต์ก็มีมาให้แล้ว แต่ก็ทดแทนด้วยที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ และระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งอยู่ในกลุ่ม ETACS หรือ Electronic Time and Alarm Control System เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ใช้งานได้จริง เพียงแต่ไม่มีปุ่มหรือสวิตช์แยกออกมาให้เห็นชัดเจน

Mitsubishi Pajerosport 2.5 GT

        พวงมาลัย 3 ก้านอวบๆ ดูไม่สปอร์ตเท่าไร ติดตั้งสวิตช์ควบคุมระบบครูสคอนโทรลไว้ที่ก้านฝั่งขวา และในเมื่อเครื่องเสียงไม่ใช่แบบ Built-in ก็เลยไม่มีสวิตช์ควบคุมบนพวงมาลัย เสริมหล่อด้วยลูกเล่นแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย ตัวแป้นผลิตจากโลหะและออกแบบได้สวยงาม ฝั่งขวา + ฝั่งซ้าย - หรือจะควบคุมที่คันเกียร์ก็ได้เช่นกัน ชุดมาตรวัดทรงกลมซ้อนกัน 3 ชุด มีจอแสดงระยะทางรวมและ Trip อยู่ในมาตรวัดรอบซึ่งอยู่ตรงกลาง

       เบาะคู่หน้านั่งสบายพอตัว เบาะแถว 2 ถ้านั่ง 3 คนจะเริ่มอึดอัด ส่วนเบาะแถว 3 ควรสงวนไว้ให้เด็กตัวเล็กๆ นั่งในระยะทางไม่ไกลจะเหมาะกว่า เพราะมีช่องให้ห้อยขาไม่มากนัก โดยเบาะทั้ง 3 แถวสามารถปรับเปลี่ยนได้หลายรูปแบบ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งาน การปรับดูจะยุ่งยากไปบ้าง แต่ก็คงไม่ต้องปรับกันบ่อยๆ

       ทัศนวิสัยโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี เพราะนอกจากตัวรถจะสูงแล้ว ยังมีพื้นที่กระจกค่อนข้างมาก กระจกมองข้างก็บานใหญ่ การเก็บเสียงจากภายนอกถือว่าทำได้ดี มีเสียงลมปะทะไม่มากนักเมื่อใช้ความเร็วสูง แต่เสียงเครื่องยนต์เล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสารได้มากไปนิด

       ภาพรวมของห้องโดยสารอยู่ในระดับที่น่าพอใจ มีบางอุปกรณ์ขาดหายไป แต่ก็มีอย่างอื่นมาทดแทน การออกแบบและการประกอบถือว่าดี แต่ขัดใจตรงการเลือกใช้สีทูโทนซึ่งสกปรกง่าย ไม่เหมาะกับประเภทของรถ และการตกแต่งด้วยสีเงินหรือเมทัลลิก ซึ่งดูจะเยอะไปนิด

Mitsubishi Pajerosport 2.5 GT

ลดความจุ เพิ่มแรงม้า

        ก่อนหน้านี้ มิตซูบิชิ มีรุ่นเครื่องยนต์ใหญ่ ดีเซลเทอร์โบ 3,200 ซีซี 165 แรงม้า แรงบิด 35.8 กก.-ม. หวังถล่มคู่แข่งในยุคนั้นที่ใช้เครื่องยนต์ 3,000 ซีซี แต่ด้วยปัญหาเรื่องการซดน้ำมันโดยเฉพาะการใช้งานในเมือง และสมรรถนะที่ไม่ได้เด่นกว่าคู่แข่งนัก ในที่สุด มิตซูบิชิ จึงเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์บล็อกเล็ก 2,500 ซีซี แล้วเพิ่มประสิทธิภาพด้วยเทอร์โบแปรผัน VG Turbo พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ฝาสูบแบบ DOHC 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 35.66 กก.-ม. ที่ 1,800 - 3,500 รอบต่อนาที

        แม้ต้องรับภาระรถทรงสูง ยางใหญ่ และน้ำหนักเกิน 2 ตัน แต่ช่วงความเร็วต้น - ปานกลางก็ถือว่าทันใจพอสมควร และจะเริ่มเหี่ยวลงเมื่อผ่าน 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การใช้งานในเมืองที่มีการเปลี่ยนความเร็วในระดับปานกลางบ่อยๆ ถือว่าไม่อืดอาด ส่วนการเร่งแซงที่ความเร็วสูง จะใช้เวลาค่อนข้างมาก แม้จะคิ๊กดาวน์แล้วรถก็ยังไม่ค่อยพุ่งเท่าไร ควรกะจังหวะการแซงให้ดี

ความเร็ว (กม./ชม.) เวลา (วินาที) ระยะทาง (เมตร)
10 0.64 1.02
20 1.46 4.44
30 2.32 10.34
40 3.24 19.46
50 4.15 30.84
60 5.21 46.97
70 6.43 69.21
80 8.04 102.71
90 9.75 142.97
100 11.71 194.79
110 14.39 273.15
120 17.34 367.66
130 20.61 481.19
140 24.79 637.60
150 30.85 882.97
160 41.67 1350.01
170 56.03 2010.33
 
ระยะทาง (เมตร) เวลา (วินาที) ความเร็ว (กม./ชม.)
0-100 07.9 79.2
0-200 11.9 100.9
0-402 18.4 123.3
0-1000 33.6 153.2
 
ความเร็วสูงสุด 176.0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 Mitsubishi Pajerosport 2.5 GT

        รุ่นนี้ไม่มีมาตรวัดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง จึงต้องใช้วิธีเติมน้ำมันเต็มถังจากปั๊มแถวหน้า พีระ เซอร์กิต เขย่ารถแรงๆ 2 - 3 ครั้ง แล้วเติมเพิ่มจนหัวจ่ายตัด เซ็ต 0 ระยะทางแล้วขับรวดเดียวถึงปั๊มแถวบ้านย่านเมืองนนท์ โดยใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ต่อด้วยทางด่วน ช่วงแรกพอจะใช้ครูสคอนโทรลได้ แต่ยิ่งใกล้กรุงเทพฯ รถก็เริ่มเยอะ ต้องลดความเร็วจาก 110 เหลือประมาณ 90 - 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถึงจะทำความเร็วนิ่งๆ ได้ ถึงปั๊มแถวบ้านด้วยระยะทาง 151.7 กิโลเมตร ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 10 นาที ความเร็วเฉลี่ย 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เติมน้ำมันเพิ่มรวมเขย่า 11.32 ลิตร อัตราสิ้นเปลือง 13.4 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าดีเกินคาดเพราะช่วงก่อนถึงปั๊มรถค่อนข้างติด

        ในช่วงทดสอบอัตราเร่งใช้โหมดเกียร์ D รู้สึกว่าการเปลี่ยนเกียร์จะเร็วกว่าเกียร์อัตโนมัติทั่วไปอยู่นิดๆ ถ้าไม่สังเกตจริงจังอาจไม่รู้สึก แต่ที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนคือความนุ่มนวลในการเปลี่ยนเกียร์ แม้จะกดคันเร่งมิดลากรอบสูง แต่ก็ยังเปลี่ยนขึ้นเกียร์สูงได้อย่างนุ่มนวล การคิ๊กดาวน์เปลี่ยนเกียร์ลงต่ำก็เช่นเดียวกัน ส่วนโหมด +/- ก็มีการทำงานที่ฉับไวพอๆ กับการให้เกียร์เปลี่ยนเอง

        ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD ควบคุมการทำงานด้วยคันเกียร์ที่มือใหม่อาจสับสนเล็กน้อย ใช้ยากกว่ารถรุ่นใหม่ๆ ที่เป็นปุ่มหมุน แบ่งเป็น 4 โหมด คือ 2H กำลังเครื่องยนต์ส่งไปที่ล้อหลัง 100 เปอร์เซ็นต์, 4H ขับเคลื่อน 4 ล้อโดยยังสามารถใช้ความเร็วสูงได้ แบ่งกำลังไปล้อหน้า/หลัง 50/50, 4HLc ขับเคลื่อน 4 ล้อกำลังขับเคลื่อนสูง ชุดแบ่งการส่งกำลังจะควบคุมการส่งกำลังไปยังล้อหน้าและหลัง ตามสภาพเส้นทาง และ 4LLc อัตราทดสูงพิเศษความเร็วต่ำ สำหรับเส้นทางสุดโหด ผมลองใช้แค่โหมด 4H พวงมาลัยมีการฝืนนิดๆ เมื่อเลี้ยววงแคบซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ ส่วนโหมดอื่นแม้รถจะมีกำลังฉุดลากที่ดี แต่ถ้าลุยทางสุดโหดจริงๆ ยางเดิมที่ออกแบบสำหรับทางเรียบหรือขรุขระเล็กน้อยอาจไปไม่รอด

Mitsubishi Pajerosport 2.5 GT

ช่วงล่างนุ่มหนึบเกินคาด

        ปาเจโร่สปอร์ต ใช้ระบบกันสะเทือนหน้าอิสระ ปีกนก 2 ชั้น พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังคานแข็งทรีลิงก์ ทอร์คอาร์ม คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ล้อแม็ก 7.5 x 17 นิ้ว ยาง 265/65 R17 ให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลและมีการยึดเกาะถนนที่ดีเมื่อใช้ความเร็วสูง อาการกระด้างหรือดีดเด้งมีให้สัมผัสไม่มากนัก ช่วงล่างเดิมๆ ที่เซ็ตมา ถือว่าลงตัวกับการใช้งานทั่วไป แทบไม่ต้องปรับปรุงเพิ่มเติม

        พวงมาลัยแร็กแอนด์พิเนียน ให้การตอบสนองที่ดีและควบคุมง่าย ถ้าชินกับอาการเอียงของตัวรถแล้ว การเข้าโค้งจะเป็นเรื่องสนุก ระบบเบรกหน้าดิสก์หลังดรัมให้ความมั่นใจในระดับสูง การจับตัวของเบรกมีความนุ่มนวล และมีพลังในการเบรกที่เหลือเฟือในทุกช่วงความเร็ว และไม่ออกอาการปัดเป๋แม้ลองกดเบรกหนักๆ แต่ยังไม่ถึงขั้นเอบีเอสทำงาน มีอาการหน้าทิ่มท้ายยกบ้างเมื่อเบรกรุนแรง แต่ก็ไม่ถึงขั้นน่าหวาดเสียวแต่อย่างใด

        มิตซูบิชิ ปาเจโร่สปอร์ต อีกหนึ่งทางเลือกของเอสยูวีระดับล้านต้นๆ เครื่องยนต์เล็กช่วยประหยัดเชื้อเพลิงเมื่อใช้งานในเมือง และเสียภาษีประจำปีถูกกว่า สมรรถนะเกินพอสำหรับการใช้งานทั่วไป มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อม 4 โหมดการขับ ช่วยเพิ่มขอบเขตการใช้งาน ภายในกว้างขวางเอนกประสงค์ ถ้าแน่ใจว่าได้ใช้ความสามารถของตัวรถอย่างคุ้มค่า ปาเจโร่สปอร์ตก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม


ที่มา : motortrivia.com
อ่าน : 5769 ครั้ง | อัพเดท : 28-08-2555 เวลา 09:55 น.
Tags : รีวิวรถยนต์ วิจารณ์รถยนต์ Mitsubushi Pajero Sport ปาเจโร่สปอร์ต

ดีมากครับ
1โดย กิตติคุณ | 01-01-2556 เวลา 13:02 น. | ip: 27.55.171.xxx
โพสความคิดเห็น

ชื่อ * อย่างน้อย 3 ตัวอักษร
รายละเอียด * พิมพ์ข้อความได้ทั้งหมด 400 ตัวอักษร
* คลิ๊กที่รูปภาพถ้าต้องการรับรหัสใหม่