พริตตี้ Motor Expo 2011 พริตตี้ Motor Expo 2011
พริตตี้ Motor Expo 2011 รูปรถในงาน Motor Expo 2011

Ad VIP



รอบรู้เรื่องรถ

Bookmark and Share


Chevrolet Cruze 2.0 LTZ เครื่องยนต์ใหม่ในบอดี้เดิม

Chevrolet Cruze 2.0 LTZ

Chevrolet Cruze 2.0 LTZ
เครื่องยนต์ใหม่ในบอดี้เดิม

        เชฟโรเลต แสดงความมุ่งมั่นในการทำตลาดรถไซส์คอมแพกต์เครื่องยนต์ดีเซล ด้วยการเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ให้ Cruze รุ่นสูงสุด 2.0 LTZ เป็นบล็อกเดียวกับ แคปติวา ไมเนอร์เชนจ์ ดีเซล ฝาสูบแบบ DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน 163 แรงม้า สมรรถนะ และอัตราสิ้นเปลืองจะเป็นอย่างไร และเมื่อถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของราคา จะสามารถจัดการกับจุดด้อยของเครื่องยนต์ดีเซลได้ดีแค่ไหน ทีมงานมีคำตอบ

Chevrolet Cruze 2.0 LTZ

รูปลักษณ์ไม่เปลี่ยนแปลง

        ภายนอกยังคงเหมือนรุ่นเครื่องยนต์เดิมทุกประการ เป็นสปอร์ตซีดานที่เน้นความเฉียบคมของเหลี่ยมสันและเส้นสาย ด้านหน้าโชว์เอกลักษณ์กระจัง Dual Port พื้นกระจังลายรังผึ้งสปอร์ต ประกบด้วยโคมไฟหน้าทรงเหลี่ยมเฉียงให้ความรู้สึกดุดัน ด้านล่างมีสปอตไลต์ทรงกลม ฝากระโปรงหน้ายกสันและออกแบบขอบให้มีความหนาช่วยให้ดูแข็งแกร่ง

        ด้านข้างดูปราดเปรียวด้วยเส้นคาดเหนือที่เปิดประตูจรดไฟท้าย รับกับเส้นโค้งบริเวณซุ้มล้อหน้า กระจกมองข้างทรงเพรียว ไฟเลี้ยวแยกไปติดตั้งบนตัวถัง ทะมัดทะแมงด้วยล้อแม็กลาย 5 ก้านขนาด 7x17 นิ้ว พร้อมยาง 225/50 R17

        ชุดไฟท้ายทรงพริ้วโคมไฟภายในทรงกลม โดยส่วนที่ติดตั้งบนฝากระโปรงหลังเป็นไฟตัดหมอก ลองเปิดตอนกลางวันเพื่อถ่ายรูปยังรู้สึกว่าแยงตา จึงควรเปิดในสถานการณ์ที่เหมาะสม เชื่อมต่อชุดไฟท้ายด้วยคิ้วโครเมียมเหนือช่องใส่ป้ายทะเบียน กันชนท้ายดูเรียบไปนิดโดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับกันชนหน้า

        มิติตัวถังมีความยาว 4,600 มิลลิเมตร กว้าง 1,790 มิลลิเมตร สูง 1,475 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,685 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,545/1,560 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,455 กิโลกรัม

Chevrolet Cruze 2.0 LTZ

Dual Cockpit อุปกรณ์ครบ

        การเข้า-ออกจากรถ สะดวกสบายด้วยกุญแจรีโมทคอนโทรลพร้อมระบบ Keyless Entry เพียงพกกุญแจไว้กับตัวก็สามารถล็อก/ปลดล็อก และสตาร์ตเครื่องยนต์ได้ โดยไม่ต้องหยิบกุญแจ การออกแบบภายในได้รับอิทธิพลจากรถสปอร์ตรุ่น Corvette เสมือนแบ่งห้องโดยสารออกเป็น 2 ส่วนซ้าย - ขวาแบบสมมาตร ตกแต่งด้วยสีทูโทนดำ - แดงต่อเนื่องทั้งแผงข้างประตูและเบาะนั่ง แซมด้วยเมทัลลิกในจุดต่างๆ

        พวงมาลัยสปอร์ต 3 ก้านปรับได้ 4 ทิศทางหุ้มหนังจับกระชับมือ พร้อมสวิตช์ควบคุมครูสคอนโทรลที่ฝั่งซ้าย ควบคุมเครื่องเสียงและระบบโทรศัพท์ที่ฝั่งขวา ก้านบนคอพวงมาลัยฝั่งซ้ายควบคุมที่ปัดน้ำฝน ส่วนฝั่งขวาสำหรับไฟเลี้ยว และสั่งงานหน้าจอเอนกประสงค์ในชุดมาตรวัด สวิตช์เปิดไฟหน้าพร้อมสวิตช์หรี่ไฟหน้าปัดติดตั้งบนแผงคอนโซลฝั่งขวา

        ชุดมาตรวัดทรงเกือบกลมซ้อนกัน 3 ชุด ตกแต่งขอบด้วยพลาสติกชุบโครเมียม พื้นมาตรวัดแพรวพราวด้วยไฟเตือนระบบต่างๆ คอนโซลกลางด้านบนมีจออีกชุดสำหรับแสดงผลระบบปรับอากาศและเครื่องเสียง ต่อเนื่องด้วยปุ่มล็อก/ปลดล็อกประตู ออกแบบเป็นทรงสี่เหลี่ยมคางหมู กลมกลืนกับพื้นที่ติดตั้ง ส่วนปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์แอบอยู่หลังพวงมาลัยฝั่งขวา เบาะนั่งทรงกึ่งสปอร์ตปรับมือ ฝั่งผู้ขับปรับสูง - ต่ำได้ ฟองน้ำมีความแข็งมากกว่ารถทั่วไปพอสมควร ถ้าเคยชินกับเบาะนิ่มๆ อาจติว่าแข็งเกินไป  ส่วนความกระชับอยู่ในระดับพอเหมาะ ไม่แบนราบจนตัวลื่นไถลแต่ก็ไม่โอบมากจนอึดอัด

Chevrolet Cruze 2.0 LTZ

        เบาะหลังเหมือนจะโดนที่เท้าแขนตรงกลางที่มีขนาดใหญ่เบียดบังที่นั่งหลัก แต่ลองนั่งแล้วก็ไม่รู้สึกอึดอัด พนักพิงตั้งชันไปหน่อย ที่เท้าแขนตรงกลางสั้นไปนิดและมีที่วางแก้วน้ำ 2 ชุด ลองนั่งดูแล้วมีความสบายพอตัวเมื่อปรับเบาะผู้ขับรับกับความสูง 170 เซนติเมตร และผู้โดยสารด้านหลังที่สูงเท่ากัน นั่งแล้วศีรษะเฉี่ยวๆ กับเสาหลัง และห่างจากเพดานไม่มากนัก ส่วนที่วางขาเหลือเฟือ พนักพิงแยกพับราบลงได้เมื่อต้องเคลื่อนย้ายสัมภาระที่มีความยาว

       เรื่องการเก็บเสียงจากภายนอก ถือว่าทำได้ดีทั้งในส่วนของลมปะทะ เสียงการทำงานของช่วงล่าง และที่สำคัญ คือ เสียงจากเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งถ้ายืนอยู่นอกรถจะได้ยินเสียงค่อนข้างชัด แต่เมื่อเข้ามานั่งในห้องโดยสารปิดประตูเปิดแอร์แล้ว จะได้ยินเสียงเพียงแผ่วๆ เท่านั้น เช่นเดียวกับความสั่นสะเทือนที่มักถูกส่งมาทางพวงมาลัย หัวเกียร์ และเบาะนั่ง รถรุ่นนี้กำจัดไปได้เกือบหมด ยังมีความสะเทือนผ่านมาบ้างเล็กน้อยบริเวณที่วางเท้าแถวใต้แผงคอนโซล

Chevrolet Cruze 2.0 LTZ

เครื่องยนต์ใหม่ไฮไลต์ของรุ่น

        เครื่องยนต์เดิมของ ครูซ ดีเซลรุ่นก่อน เป็นแบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว 1,991 ซีซี 150 แรงม้า แรงบิด 32.7 กก.-ม. ส่วนในรุ่นปัจจุบันใช้ฝาสูบแบบ DOHC 16 วาล์ว 1,998 ซีซี แรงดันในการส่งเชื้อเพลิง 1,800 บาร์ แต่งพอร์ตไอดีเพิ่มประสิทธิภาพการนำอากาศเข้าเครื่องยนต์ ปรับเพลาถ่วงสมดุลเพื่อลดเสียงและความสั่นสะเทือน มีกำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 36.7 กก.-ม. ที่ 2,000 รอบต่อนาที ผ่านมาตรฐานยูโร 4 ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ Driver Shift Control พร้อมโหมด +/-

        การทำงานของเครื่องยนต์ลื่นไหลและราบเรียบ ใกล้เคียงรถยุโรปราคาแพง อัตราเร่งมาแบบนุ่มนวลและต่อเนื่องตั้งแต่รอบต่ำ จึงช่วยให้ขับง่าย ไม่จำเป็นต้องลากรอบสูงก็มีแรงบิดเกินพอที่จะสร้างความกระฉับกระเฉง ส่งผลให้มีความคล่องตัวขณะใช้งานในเมือง ส่วนการขับทางไกลด้วยความเร็วตามกฎหมายประมาณ 110 - 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะใช้รอบระหว่าง 1,700 - 1,900 รอบต่อนาที จึงให้ความประหยัด และมีการสึกหรอต่ำ หรือถ้านึกสนุกแค่เร่งไปที่ 2,200 รอบต่อนาที ก็จะได้ความเร็วตามชุดมาตรวัดที่ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

        ทดสอบอัตราเร่งด้วยเกียร์ D ไม่ใช้โหมด +/- ลองออกตัวด้วยการเปิดใช้ TC หรือ Traction Control ปรากฎว่าเมื่อกดคันเร่งสุดๆ ระบบจะตัดกำลังจากเครื่องยนต์ที่ส่งไปยังล้อทำให้เกิดอาการวูบ จำใจต้องปิดระบบ TC ทดลองออกตัวอีกครั้งพบว่ายางส่งเสียงเอี๊ยดเบาๆ ที่ปลายเกียร์ 1 อัตราเร่งพุ่งตามปกติจึงเริ่มทดสอบอย่างจริงจัง

        เนื่องจากเป็นรถเก๋ง ไม่ต้องรับน้ำหนักบรรทุกมากและเครื่องยนต์มีแรงบิดสูง จึงจัดอัตราทดเฟืองท้ายไว้ค่อนข้างต่ำ 2.640 อัตราทดเกียร์ 1 และเกียร์ 2 ห่างกันพอสมควร จากนั้นอัตราทดเกียร์ 3-6 จึงชิดกันเข้ามา โอเวอร์ไดรฟ์อยู่ที่เกียร์ 6 อัตราทด 0.746 ขณะทดสอบอัตราเร่ง สังเกตรอบเครื่องยนต์กวาดขึ้นอย่างรวดเร็ว และตกไม่มากเมื่อเปลี่ยนขึ้นเกียร์สูง เข็มวัดความเร็วกวาดขึ้นในอัตราค่อนข้างคงที่จนถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงการเพิ่มความเร็วจึงค่อยๆ ลดลง เป็นเครื่องยนต์ดีเซลที่รีดได้สุดสมรรถนะในเวลาอันรวดเร็ว ไม่ต้องแช่กันยาว เป็นแบบมาเร็วต่อเนื่อง หมดแล้วหมดเลย

ความเร็ว (กม./ชม.) เวลา (วินาที) ระยะทาง (เมตร)
10 1.14 1.41
20 1.78 4.02
30 2.29 7.56
40 2.99 14.48
50 3.81 24.72
60 4.67 37.75
70 5.81 58.41
80 6.95 82.18
90 8.20 111.74
100 9.82 154.75
110 11.55 205.52
120 13.61 270.76
130 15.91 350.75
140 18.54 449.68
150 21.37 563.58
160 24.72 707.86
170 28.49 881.05
180 32.67 1083.57
190 41.76 1550.96
200 54.57 2246.01
 
ระยะทาง (เมตร) เวลา (วินาที) ความเร็ว (กม./ชม.)
0-100 07.7 86.4
0-200 11.4 109.1
0-402 17.3 135.4
0-1000 31.0 175.8
 
ความเร็วสูงสุด 209.9 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

Chevrolet Cruze 2.0 LTZ        อัตราสิ้นเปลืองเมื่อขับทางไกลด้วยความเร็ว 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นิ่งๆ และต่อเนื่องโดยใช้ครูสคอนโทรล บางจังหวะที่ขึ้นเนินเครื่องยนต์จะเร่งให้เองเพื่อรักษาความเร็วไว้ ได้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยตามมาตรวัด 16.6 กิโลเมตรต่อลิตร กับความเร็วเฉลี่ย 98 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การใช้งานในเมืองถ้าเซตมาตรวัดอัตราสิ้นเปลืองใหม่ วัดเฉพาะตอนรถติดไม่เฉลี่ยกับตอนรถโล่ง จะป้วนเปี้ยนแถว 8.5 - 10 กิโลเมตรต่อลิตร

       เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ Driver Shift Control มีโหมด +/- ให้ผู้ขับควบคุมจังหวะเกียร์เองได้ โดยเมื่ออยู่ในโหมด +/- จะคิ๊กดาวน์ไม่ลง และถ้าความเร็วยังไม่เหมาะสม ก็ไม่สามารถเปลี่ยนเกียร์ขึ้นหรือลงได้ ความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์ทั้งในเกียร์ D และโหมด +/- อยู่ในระดับปกติของเกียร์อัตโนมัติทั่วไป โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ความนุ่มนวลในการเปลี่ยนเกียร์ แม้กดคันเร่งมิดลากรอบสูง หรือคิ๊กดาวน์ลงหลายจังหวะ

Chevrolet Cruze 2.0 LTZ

ช่วงล่างความรู้สึกเดิม

        ระบบกันสะเทือนไม่เปลี่ยนแปลง ด้านหน้าอิสระแม็กเฟอร์สันสตรัตพร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังทอร์ชันบีม อาจจะคุยได้ไม่เต็มปากเหมือนรถที่ใช้ช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ แต่ผลงานก็ดีเกินหน้าตา ทั้งในด้านการทรงตัวที่หนึบกระชับและหนักแน่น เช่นเดียวกับเสียงของช่วงล่างเมื่อขับผ่านพื้นถนนไม่เรียบ จะให้ความรู้สึกแข็งแรง การขับใช้งานปกติรวมทั้งใช้ความเร็วสูงบนทางเรียบตรง จะรู้สึกถึงความนุ่มหนึบ จะออกอาการยวบบ้างเมื่อเปลี่ยนเลนกะทันหันที่ความเร็วสูง โดยจะมาพร้อมกับเสียงเอี๊ยดเบาๆ จากยาง แต่ก็ยังไม่ถึงกับสูญเสียการควบคุม

        พวงมาลัยแร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ ยังคงเป็นแบบไฮดรอลิกล้วนๆ เช่นเดียวกับรุ่นเบนซิน 1,600 ซีซี (รุ่นเบนซิน 1,800 ซีซี เป็นระบบเพาเวอร์ไฟฟ้า) แม้จะเป็นเพาเวอร์ไฮดรอลิกแต่ก็มีการปรับน้ำหนักในการผ่อนแรงไว้อย่างพอเหมาะ เบาแรงพอสมควรที่ความเร็วต่ำ และไม่เบาหวิวเมื่อใช้ความเร็วสูง การหมุนพวงมาลัยมีความราบเรียบและเป็นธรรมชาติ ระบบเบรกดิสก์ 4 ล้อ ทำงานสัมพันธ์กับแรงเหยียบมากขึ้น ไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวก็สามารถเบรกได้อย่างนุ่มนวล

        เชฟโรเลต ครูซ 2.0 LTZ ทำตลาดในเซ็กเมนต์นี้แบบไร้คู่แข่งด้วยเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ 163 แรงม้า กดคันเร่งยาวๆ ก็ให้อัตราเร่งที่ทันใจ หรือจะใช้งานในเมืองก็ฉับไวไม่อึดอัด เด่นที่อัตราสิ้นเปลืองที่ประหยัดว่าเบนซินในระดับสมรรถนะใกล้เคียงกัน แถมด้วยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถูกกว่าอีกด้วย ช่วงล่างรองรับได้อยู่มือจึงขับสนุก มั่นใจ ถ้าไม่ยึดติดกับความเชื่อเก่าๆ ราคา 1,248,000 บาทก็ไม่น่าใช่ปัญหา

 


ที่มา : motortrivia.com
อ่าน : 1912 ครั้ง | อัพเดท : 03-09-2555 เวลา 09:27 น.
Tags : reviewรถ วิจารณ์รถยนต์ รีวิวรถยนต์ Chevrolet Cruze 2.0 LTZ

ยังไม่มีความคิดเห็นของข่าวนี้
โพสความคิดเห็น

ชื่อ * อย่างน้อย 3 ตัวอักษร
รายละเอียด * พิมพ์ข้อความได้ทั้งหมด 400 ตัวอักษร
* คลิ๊กที่รูปภาพถ้าต้องการรับรหัสใหม่