พริตตี้ Motor Expo 2011 พริตตี้ Motor Expo 2011
พริตตี้ Motor Expo 2011 รูปรถในงาน Motor Expo 2011

Ad VIP



ข่าวสารอัพเดท

Bookmark and Share


Why choose Michelin tires?

หมายเหตุ: คลิปชุดนี้ มิชลิน เซ็ตมาเป็นเพลย์ลิสท์เรียบร้อย เล่นครั้งเดียวต่อเนื่องทั้ง 4 ชุด จบชุดแรกแล้วโปรดรอสักครู่

 

          ปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับความหมายของประโยคในลักษณะที่ว่า 'รถยุคนี้ประหยัดน้ำมันขึ้นกว่าเดิม' หรือ 'รถเกียร์ธรรมดาประหยัดกว่าเกัยร์อัตโนมัติ' กันอยู่มาก ซึ่งก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า รถ 1 คันนั้น ประหยัดได้ตามตัวเลขโฆษณานั่นแหละครับ เพียงแต่ว่าผู้ขับต้องมีส่วนช่วยรถด้วย ไม่ใช่หน้าที่ของรถเท่านั้น

          ยกตัวอย่างรถเกียร์ธรรมดา ถ้าผู้ขับลากเกียร์จนสุด ปล่อยรอบให้สูงทะลุเพดานอยู่อย่างนั้น ไม่ยอมเปลี่ยนเกียร์ในจังหวะที่เหมาะสม ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะใช้เกียร์ธรรมดา อย่างไรก็ไม่มีทางประหยัด สู้ขับเกียร์อัตโนมัติเสียจะดีกว่า เพราะเกียร์อัตโนมัติยุคนี้ฉลาดกว่ายุคก่อนมาก

          ที่สำคัญ เทคโนโลยีประหยัดในรถ 1 คัน (จะแบรนด์ไหนก็แล้วแต่ ไม่จำเป็นต้องรถไฮบริด หรือไฟฟ้า) ประกอบไปด้วยตัวช่วยหลายสิ่งหลายอย่างด้วยกัน ตั้งแต่ความจุกระบอกสูบ เกียร์ น้ำหนักตัวรถ ระบบแอโรไดนามิคของรถ อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างระบบ Start/Stop ไปจนถึง 'ยาง' ซึ่งปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่สร้างตัวเลขความ ประหยัดของรถ ดังจะเห็นได้จากในระยะหลังๆ รถไฮบริด หรือรถไฟฟ้า มักจะให้ข้อมูลว่า รถของตนติดตั้งยางประเภท Low-Rolling-Resistance หรือ ยางลดแรงต้านการหมุน มาให้จากโรงงานเลย หรือไม่ก็เป็นออปชั่นในราคาที่ถูกลงกว่าซื้อแยก

          เพื่อให้เห็นภาพกันชัดเจน มิชลิน จึงจัดทำวีดิโอโฆษณาภายใต้คอนเซปท์ชื่อ 'Why choose Michelin tires?' จำลอง ประสิทธิภาพของยางหลากรุ่นมาให้ดูกัน 4 เวอร์ชั่น แบบดูแล้วเข้าใจง่ายๆ ว่า ยางรถยนต์ที่หลายคนมองข้ามนั้น ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง หรือเพิ่มประสิทธิภาพในการขับได้อย่างไร

          ชุดแรก Michelin Defender และ Ford กับการสาธิตระยะเบรคบนถนนเปียก Focus คันซ้ายมือซึ่งสวม มิชลิน รุ่น Defender ขนาด 185/68 R15 สามารถลดระยะทางในการเบรคได้ประมาณ 9.4 เมตร เมื่อเทียบกับ Goodyear ในขนาดเดียวกัน

          ชุดที่ 2 ทดสอบ Michelin Pilot Super Sport ซึ่งเป็นยางระดับไฮเพอร์ฟอร์มานซ์ในสนามปิด โชว์ประสิทธิภาพด้านการควบคุม ซึ่ง มิชลิน เคลมว่า Pilot Super Sport ช่วยให้รถมีแฮนด์ลิ่งที่ดีขึ้นราว 12% การจำลองวีดิโอชุดนี้ อิงจากผลทดสอบของ TUV Automotive และ DEKRA Test Center โดย มิชลิน ได้คะแนนสูงที่สุด มากกว่าเพื่อนๆ อย่าง Bridgestone, Continental, Dunlop, Goodyear และ Pirelli

          ชุดที่ 3 Michelin Energy Saver A/S ยางประเภท Low-Rolling-Resistance ซึ่งปัจจุบันนิยมติดมาจากโรงงานกันมากขึ้น สำหรับรถประหยัดพลังงานต่างๆ ที่ต้องการช่วยเซฟอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยให้ดีขึ้น วีดิโอชุดนี้แสดงให้เห็นว่า ยาง Low-Rolling-Resistance นั้น สามารถช่วยให้รถได้ระยะทางวิ่งที่มากขึ้นนิดหน่อย โดยอาศัยแรงผลักเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

          เมื่อรวมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ตัวเลขที่เล็กน้อยนั้นจะค่อยๆ สะสมเป็นความประหยัด โดยใน 1 ช่วงอายุของยาง (กี่ปีไม่ได้บอกไว้) จะสามารถประหยัดเงินค่าน้ำมันในกระเป๋าได้ประมาณ 400 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.2 หมื่นบาท หรือคิดเป็นอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย รวมแล้วประมาณ 14 กม./ลิตร

          ปิดท้ายด้วยชุดที่ 4 ทดสอบยางน้ำแข็ง Michelin X-Ice Xi3 โชว์ประสิทธิภาพการยึดเกาะบนผืนน้ำแข็งกับ Mazda3 ที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการลดระยะเบรคบนพื้นผิวที่ลื่นสุดๆ โดยมีตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 10% เมื่อเทียบกับคู่แข่ง และช่วยลดอาการปัด ลิ่นไถลในขณะเข้าโค้ง โดยการทดสอบนี้มุ่งไปที่คู่แข่งอย่าง Nokian ซึ่งเป็นยางที่ เน้นประสิทธิภาพบนผืนหิมะ/น้ำแข็ง มาโดยตลอด


ที่มา : motortrivia.com
อ่าน : 841 ครั้ง | อัพเดท : 18-09-2555 เวลา 08:53 น.
Tags : ข่าวสาร ข่าวรถยนต์ Michelin ยางรถยนต์

ยังไม่มีความคิดเห็นของข่าวนี้
โพสความคิดเห็น

ชื่อ * อย่างน้อย 3 ตัวอักษร
รายละเอียด * พิมพ์ข้อความได้ทั้งหมด 400 ตัวอักษร
* คลิ๊กที่รูปภาพถ้าต้องการรับรหัสใหม่